การพัฒนารูปแบบการโค้ชเพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูใหม่ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ส่งเสริมทักษะและแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการโค้ชที่เพิ่มพูนสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูใหม่ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ส่งเสริมทักษะและแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียน 2) พัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูใหม่ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่ส่งเสริมทักษะและแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียน 3) พัฒนาทักษะและแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียน ดำเนินการวิจัยด้วยวิธีการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูใหม่ที่สอนภาษาอังกฤษระดับชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 และ เขต 5 รวมทั้งสิ้น จำนวน 30 คน และนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 100 คน ซึ่งเป็นนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยครูผู้รับการโค้ชสอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนการสอนการอ่านภาษาอังกฤษ แบบประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูใหม่ระดับประถมศึกษา แบบประเมินทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียน และแบบสอบถามแรงจูงใจในการอ่านของนักเรียน ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าร้อยละ ผลการวิจัย พบว่า 1. รูปแบบการโค้ชที่พัฒนาขึ้นเป็นรูปแบบที่โดยการบูรณาการหลักการวิธีการของการโค้ช แบบเพื่อนช่วยเพื่อนกับการโค้ชเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่านและการเขียน มีความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี ความเป?นไปได?ของรูปแบบ และความสอดคล้องของรูปแบบ อยู่ในระดับดีมาก 2. การทดลองใช้รูปแบบการโค้ช พบว่าสมรรถนะการโค้ชและสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ ของครูใหม่ที่ส่งเสริมทักษะและแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนก่อนและหลังการทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทักษะการอ่านของนักเรียนก่อนและหลังการทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนมีแรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น คำสำคัญ: รูปแบบการโค้ช, สมรรถนะการจัดการเรียนรู้, ครูใหม่, ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ, แรงจูงใจในการอ่านภาษาอังกฤษ