การศึกษาการแพร่กระจายของปลิงทะเล พื้นที่ชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
คำนำ ปลิงทะเล นับเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง เป็นที่นิยมบริโภคกันมาแต่ในอดีตโดยถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าสูง เช่นเดียวกับรังนกนางแอ่น หรือ หูฉลาม ชาวจีนนิยมบริโภคปลิงทะเลในช่วงเทศกาลที่สำคัญ เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาล ตรุษจีน โดยเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ รวมทั้งมีสรรพคุณในการรักษาโรคหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง(Lymphoma) รวมทั้งสามารถใช้รักษาโรคไต ปัจจุบันมีการนำปลิงทะเลมาสกัดและบรรจุภัณฑ์ในรูปยาเม็ด และแคปซูล ผลการศึกษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันพบว่าปลิงทะเลมีองค์ประกอบของ Polysaccharide condroiton sulfate ซึ่งใช้เป็นยาแก้โรคปวดข้อ (Arthritis pain) และเป็นยารักษาอาการอักเสบกล้ามเนื้อกระดูก (Anti-inflammatory) นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นยาต้านไวรัสได้อีกด้วย ปลิงทะเลยังมีสาร Saponin glycosides ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างคล้ายที่พบในโสม ซึ่งมีคุณสมบัติในการยับยั้งมะเร็ง ด้วยเหตุนี้ทำให้มีการเรียกปลิงทะเล ว่าเป็นโสมทะเล จากสรรพคุณดังกล่าวทำให้มีการเก็บเกี่ยวปลิงทะเลจากธรรมชาติจากแหล่งต่างๆทั่วโลก เพื่อส่งออกมายังตลาดเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีนและ ญี่ปุ่น จนผลผลิตปลิงทะเลมีแนวโน้มลดลง ทำให้ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลก เช่น ออสเตรเลีย จีน อินเดีย มีการพัฒนาการเพาะพันธุ์ปลิงทะเลขึ้นมาเพื่อทำการเพาะเลี้ยง หรือปล่อยกลับคืนเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรปลิงทะเลในแหล่งธรรมชาติ อย่างไรก็ตามทรัพยากรปลิงทะเลในประเทศไทยอยู่ในภาวะที่อันตราย เนื่องจากมีการทำการประมงปลิงทะเลโดยขาดการควบคุม ทำให้มีจำนวนปลิงทะเลในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว การศึกษาการแพร่กระจายของปลิงทะเลในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการสภาวะของทรัพยากรปลิงทะเลที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อสามารถจัดการ และวางแผนการจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป