Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

ศักยภาพการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของปูที่ได้จาก อวนจมปู จ.ประจวบคีรีขันธ์

พันธุ์ทิพย์ วิเศษพงษ์พันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความหลากหลายทางชีวภาพของปูสูง โดยพบปูที่เก็บจากอวนจมปูถึง 95 ชนิด 55 สกุล และ 22 วงศ์ ปูชนิดเด่นที่พบชุกชุม คือ ปูม า (Portunus pelagicus) ปูบึ้ง (Doclea canalifera) ปูก านตายาว (Popophthalmus vigil) และปูกระดุมลายส ม (Soleucia vittata) ปูส่วนใหญ่มีสถานภาพเป็นปูหายาก ได้ แก่ ปูปากกาทะเลลาย (Pseudoporcellanella manoliensis) ปูฟองน้ำห าเหลี่ยม (Conchoecetes intermedius) ปูกระดุมหนามทุเรียน (Arcania erinacea) ปูกระดุม (Soleucia brunnea) ปูก ามยาวยักษ์ (Daldorfia horrida) และปูแสมแมงมุม (Plagusia immmaculata) การแพร่กระจายของปูพบว่ามีความผันแปรตามสถานที่ และฤดูกาล โดยสถานีบ านกรูด และเขากะโหลกพบปูหลากชนิดสูง คือ 45 และ 35 ชนิด เดือนสิงหาคม และเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่พบปูหลากชนิดสูงถึง 69 และ 65 ชนิด โดยปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่กระจายของปู ได แก่ ลักษณะพื้นท องทะเล บริเวณที่วางอวน คลื่นลม กระแสน้ำ และอุณหภูมิ ซึ่งมีผลทําให ประชาคมของปูในพื้นที่ 6 บริเวณของชายฝั่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์มีความแตกต่างกัน โดยเขากะโหลกมีค่าดัชนีความหลากหลายของชนิด และดัชนีความสม่ำเสมอของชนิดสูงสุด คือ 2.789 และ 0.742 ในขณะที่บ านกรูดมีค่าดัชนีความชุกชุมของชนิดสูงสุด คือ 9.582 โดยสามารถจัดแบ่งประชาคมออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มเขาตะเกียบ กลุ่มเขากะโหลก กลุ่มห วยยาง และกลุ่มหนองพรม บ านกรูด และบางสะพานน อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโครงสร างประชาคมคล ายคลึงกันมากที่สุด และกลุ่มเขากะโหลกมีลักษณะประชาคมแตกต่างจากพื้นที่อื่น ๆ มากที่สุด การทําประมงอวนจมปูใน จ.ประจวบคีรีขันธ์พบสัตว์น้ำพลอยจับได้ และถูกทิ้งไปสูงมากคิดเป็นร้ อยละ 52.22 - 73.41 ของปริมาณสัตว์น้ำทั้งหมด โดยอัตราการถูกทิ้งของสัตว์น้ำที่มีค่าสูงมาจากเขากะโหลกในเดือนพฤษภาคม เขากะโหลกในเดือนกุมภาพันธ์ และหนองพรมในเดือนสิงหาคมเท่ากับ 2.76, 2.38 และ 2.27 ตามลําดับ และยังพบว่าปูที่ถูกทิ้งโดยไม่ได้ ใช้ ประโยชน์ มีความหลากชนิดสูงถึงร้ อยละ 88.42 ของจํานวนชนิดปูทั้งหมด ปูเป็นอาหารที่อุดมไปด ้วยกรดไขมันโดยเฉพาะกลุ่ม n-3 ซึ่งพบปริมาณสูงในเนื้อปูม า โดยปูที่เป็นทางเลือกใหม่ในการบริโภค คือ ปูก านตายาว เนื่องจากมี EPA และ DHA ใกล เคียงกับปูม า และมีปริมาณมากรวมทั้งราคาถูกโดย EPA พบสูงในเนื้อก ามของปูม าและปูก านตายาวเท่ากับ 20.40?0.51 และ 19.56?2.49% ของกรดไขมันทั้งหมด และเนื้อตัวก็มีค่าสูงในปูทั้งสองชนิดนี้เช่นกัน คือ 19.48?0.90 และ 18.07?0.98 % ของกรดไขมันทั้งหมด ส่วน DHA มีค่าสูงในเนื้อตัวของปูม าและปูก านตายาวเท่ากับ 17.68?0.46 และ 15.34?1.49% ของกรดไขมันทั้งหมด สําหรับมันปู และไข่ปูมีปริมาณกรดไขมันอิ่มตัวสูงกว่ากรดไขมันกลุ่มอื่น ๆ สําหรับผู ้นิยมบริโภคปูม าที่ต องการกรดไขมัน n-3 เพื่อสุขภาพ ควรเลือกบริโภคปูม าเพศผู จากเนื้อทั้งสว่นตัว และก ามเปลือกปูเหลือทิ้งมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นตัวดูดซับสีย อมมาลาไคท์กรีน และคองโกเรด โดยเปลือกของปูก านตายาวมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นตัวดูดซับทางชีวภาพมากที่สุด และรูปแบบที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับสีย อมที่ดี คือ รูปแบบเปลือกปูและถ3านกัมมันต์ โดยเปลือกปูจากปูก านตายาวมีปริมาณการดูดซับสีย อม และร ้อยละการกําจัดสีย อมมาลาไคท์กรีนสูงสุดคือ 8.273?0.002 mg/g และ 99.28?0.02 ในขณะที่ถ่านกัมมันต์จากเปลือกปูก านตายาวมีมีปริมาณการดูดซับสีย อมและร อยละการกําจัดสีย อมคองโกเรดสูงสุดคือ 16.549?0.018 mg/g และ 99.30 ซึ่งเปลือกปูและถ่านกัมมันต์จากปูก านตายาวที่มีประสิทธิภาพนี้ได ้นําไปทําการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมที่จะ ทําให มีการดูดซับสูงสุด เพื่อการพัฒนาใช ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมด้ วยปูเป้เล็ก (Dorippoides faccino) เป็นปูที่เหลือทิ้งปริมาณมากที่ได ้พัฒนามาใช้ เปฌนปูป่นที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยมีโปรตีน ไขมัน ความชื้น และเถ า 27.51?0.28, 0.86?0.53, 4.60?0.01 และ 53.69?0.31 % ต่อน้ำหนักแห งตามลําดับ เมื่อนําปูป่นที่ได ้ไปเตรียมเป็นอาหารเม็ดแบบจมน้ำเพื่อใช ในการเลี้ยงกุ้ งเครย์ฟีช (Procambarus clarkii) โดยใช ทดแทนปลาป่นบางส่วน พบว่าอาหารทดลองสูตรที่ใช ปูป่น 12.5 % ของน้ำหนักอาหารทั้งหมดมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยมีการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักต่อวัน อัตราการเจริญเติบโตจําเพาะ อัตราแลกเนื้อ และอัตรารอดเท่ากับ 0.073?0.02 กรัมต่อวัน, 2.159?0.65 %, 2.744 และ 100?0% ตามลําดับปูเหลือทิ้งหลากชนิดได ้ถูกนําไปพัฒนาเป็นปุ๋ยชีวภาพทดลองปลูกพืช พบว่าน้ำหมักปูมีประสิทธิภาพในการใช ้เป็นปุ๋ยชีวภาพ โดยผักสลัดกรีนโอ้คที่ปลูกโดยใช น้ำหมักปูมีความยาว และน้ำหนักลําต นเฉลี่ยสูงสุด คือ 22.10?2.27 ซม. และ 127.63?13.83 กรัม มีใบสีเขียวสด มีรสชาติดีมีความกรอบมากกว่าที่ไม่ใช่ ปุ๋ยชีวภาพ รวมทั้งไม่มีร่องรอยการกัดแทะจากแมลง สําหรับแตงกวาที่ปลูกโดยใช้ น้ำหมักปูมีผลผลิตแตงกวามากที่สุด คือ จํานวนรวม 256?4.37 ลูก และน้ำหนักรวม 10808.51?98.07กรัม รองลงมาคือใช ้ปุ๋ยหมักปู ซึ่งให ผลผลิตแตงกวาจํานวนรวม 236?6.08 ลูก และน้ำหนักรวม 10183.32?57.84 กรัม แตงกวาที่ใช ้ปุ๋ยชีวภาพมีรสชาติ และความกรอบมากกว่าแตงกวาที่ไม่ใช้ ปุ๋ยในการศึกษานี้ยังได้ ทําการศึกษาชีวประวัติเบื้องต นของปูดาว (Portunus sanguinolentus) ซึ่งเป็นปูที่มีรสชาติใกล เคียงกับปูม ้า มีปริมาณมาก ราคาถูก จึงควรพัฒนาเป็นแหล่งอาหารทางเลือกเพิ่มเติมให ้กับผู ้บริโภค จากการศึกษาการเติบโตของปูดาวพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างความกว างกระดอง และน้ำหนักตัวคือ W = 0.0002L2.7648 (r? = 0.8146, n = 191) รูปแบบการเจริญเติบโตเป็นแบบ Isometric อัตราส่วนเพศของปูดาวเพศผู ้ และเพศเมียเท่ากับ 2.24 : 1 ความดกไข่เฉลี่ยคือ 158,856 ฟอง ปูดาวมีไข่ที่พัฒนาเต็มที่ในระยะที่ 5 ในช่วงเดือนสิงหาคม ปูดาวกินสัตว์หลากชนิดเป็นอาหาร (carnivorous) โดยในกระเพาะอาหารพบเศษเปลือกหอย หอยฝาเดียว ก างปลารยางค์ขาของพวกครัสเตเชียจํานวนมาก การศึกษานี้ก่อให เกิดองค์ความรู้ ใหม่ที่เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพของปูในประเทศไทย และที่ สําคัญคือการพัฒนานําปูเหลือทิ้งไปใช ประโยชน์โดยการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม แต่อย่างไรก็ตามการทําประมงอวนจมปูมีการคุกคามความหลากหลายทางชีวภาพของปู และสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่เป็นสัตว์น้ำลอยจับได้ และสัตว์น้ำที่ถูกทิ้งไป จึงควรมีมาตรการในการคุ มครองความหลากหลายทางชีวภาพของปูอื่น ๆ และสัตว์น้ำที่ติดมากับอวนจมปู การศึกษานี้เป็นการใช้ ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของปูของประเทศไทยให ได ประโยชน์อย่างสูงสุด และยั่งยืน

คำสำคัญ

Fatty acidปุ๋ยชีวภาพBiofertilizerกรดไขมันBiosorbentCrabปูอวนจมปูbottom gill netตัวดูดซับทางชีวภาพcrab mealปูป่น

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ความหลากชนิดของสัตว์กลุ่มหอยในจังหวัดปราจีนบุรี (สนองพระราชดำริใน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)

พงษ์รัตน์ ดำรงโรจน์วัฒนา มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2557

ความหลากหลายของพืชวงศ์เหงือกปลาหมอ ในป่าภูวัว จังหวัดบึงกาฬ

รุ่งเพชร ปัญญาวุฒิ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2562

ความหลากหลายทางชีวภาพของปูบริเวณอำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

พันธุ์ทิพย์ วิเศษพงษ์พันธุ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559

ความหลากหลายทางชีวภาพของหอยกาบบกและทากบกในเขตเขาชอนเดื่อ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

จินตหรา คำภาพักตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2551

ความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตสะลวง-ขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ณัฐธิดา สุภาหาญ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2557

ความหลากชนิดและความชุกชุมของสัตว์หน้าดินบริเวณหญ้าทะเลผมนางที่มีการฟื้นฟู (Halodule pinifolia) อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี

ชุตาภา คุณสุข มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี พ.ศ. 2560

ความหลากหลายของชนิดสัตว์น้ำ การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนในลุ่มแม่น้ำโขง ภาคเหนือของประเทศไทย

พยอม รอตมงคลดี มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2559

ความหลากหลายทางชีวภาพของปูบริเวณหมู่เกาะล้าน พัทยา จ.ชลบุรี

พันธุ์ทิพย์ วิเศษพงษ์พันธุ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2553

ความหลากหลายทางชนิดของโคพีพอดและไมซิดในพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืชทางทะเล หมู่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี

ขวัญเรือน ศรีนุ้ย สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2555

ความหลากหลายชนิดของแพลงก์ตอนพืช และความสัมพันธ์ ระหว่างคุณภาพน้ำในบริเวณพื้นที่ฟาร์มหอยแมลงภู่ บริเวณชายฝั่งทะเลบ้านแหลม อ่าวบางตะบูน จังหวัดเพชรบุรี

วิทย์ ธารชลานุกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2562