กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การปรับสภาพขั้ของขางธรรมชาติด้วยการดัดแปลงโมเลกุลเป็นยางธรรมชาติอิพ็อกไซด์แล้วนำมาผสมกับ พอลิเมอร์ชอบน้ำ ได้แก่ แป้งมันสำปะหลังแป้งข้าวเจ้าและไคโตซาน พบว่าสัดส่วนการดูดซึมน้ำที่ดีที่สุดคือ แป้งมันสำปะหลัง 90 phr แปังข้าวเจ้า 100 phr และไคโตซาน 70 phr ทั้งนี้ยังพบว่าระบบการวัลคาไนซ์ที่ แตกต่างกัน คือ CV, semi-EV และ EV ส่งผลทำให้เปอร์เซ็นต์การดูดซึมน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีความ เสถียรมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับพอลิเมอร์ชอบน้ำที่ยังไม่มีการเชื่อมโยง ผลของการเชื่อมโยงทำให้มีการ เชื่อมโยงพันธะเป็นร่างแหของสาข ใซ่ โมเลกุลโดขระบบ CV จะมีค่าความหนาแน่นของการเชื่อมโยงสูงสุด ทำให้ความสามารถในการบวมน้ำลดลง แต่กรณีของระบบ EV และ semi-EV มีค่าการ Crosslink densiy ต่ำ กว่าทำให้ความสามารถในการบวมน้ำสูงกว่า ส่วนสมบัติการคายน้ำของแต่ละตัวอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลา ประมาณ 24 ชั่วโมง ส่วนพอลิเมอร์ ชอบน้ำที่ขังไม่มีการเชื่อมโยงจะมีค่าการคายน้ำที่เร็วกว่า เพียงเล็กน้อย ทั้งนี้เนื่องจากโมเลกุลของน้ำสามารถแทรกผ่านสายโซ่โมเลกุลของยาง ENR และพอลิเมอร์ ชอบน้ำได้ง่าข เนื่องจากภายในโครงสร้างของไขโครเจลไม่เกิดการเชื่อมโขง และผลสัณฐานวิทยาของ ไฮโดรเจลพบว่าแป้งมันสำปะหลังและแป้งข้าวเจ้าจะมีการกระจายตัวได้ดีกว่าไค โตซาน ส่วนความชอบน้ำ ของพื้นผิวไฮโครเจลที่ผสมไค โดซานสูงกว่าแป้งมันสำปะหลังและแป้งข้าวเช้า