การเพิ่มการนำไฟฟ้าของพอลิเมอร์ผสมของยางธรรมชาติอิปอกไซด์และพอลิเอทธิลีนออกไซด์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
พอลิเอทธิลีนออกไซด์ (PEO) ได้นำมาใช้ศึกษาเป็นพอลิเมอร์อิเล็กโตรไลต์อย่างต่อเนื่อง ได้มีการนำไปผสมกับพอลิเมอร์ชนิดต่างๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการนำไฟฟ้าในงานวิจัยนี้ได้นำ PEO ไปผสมกับยางธรรมชาติอิปอกชิไดซ์ที่มีปริมาณหมู่อิปอกไซด์ 50 % โดยโมล (ENR-50) สายโซ่ของ ENR-50 มีความยืนหยุ่นและมีอุณหภูมิคล้ายแก้วที่ตำ ทำให้สามารถนำไฟฟ้าไฟฟ้าได้ดีในการศึกษาได้ผสม LiSCN ในสัดส่วน 2.5 % โดยน้ำหนัก และได้ผสม PEO:ENR-50 ในสัดส่วน 100:0,80:20, และ 60:40 พบว่าเมื่อเพิ่ม ENR-50 ลงไป การนำไฟฟ้าดีขึ้น นอกจากนี้ได้มีการนำ ENR-50 ไปบดกับเครื่องผสมยางแบบ 2 ลูกกลิ้งเป็นเวลา 5 นาที พบว่ายางที่ผ่านการบด จะมีสมบัติในการนำไฟฟ้าที่ดีขึ้น จากการวิเคราะห์ด้วยดิฟเฟอเรนเชียลสแกนนิงแคลอริมิเตอร์ (Differential ScanningCalorimeter, DSC) และการเลี้ยวเบนของรังสีเอกซ์ (X-ray Diffraction, XRD) พบว่า เมื่อผสม ENR-50มากขึ้น ร้อยละความเป็นผลึกของพอลิเมอร์อิเล็กโตรไลต์มีค่าลดลง ซึ่งส่งผลให้การนำไฟฟ้าดีขึ้น เพราะการนำไฟฟ้าเกิดได้ดีในส่วนที่เป็นอสัณฐาน ได้มีการนำพอลิเมอร์อิเล็กโตรไลต์ไปอบอ่อน (annealing) ที่ 55oC เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ผลที่ได้คือการนำไฟฟ้าลดลง ซึ่งน่าจะเกิดจากการอบอ่อน ทำให้พอลิเมอร์ตกผลึกมากขั้น ซึ่งสอดคล้องกับผลจาก DSC ซึ่งแสดงร้อยละของความเป็นผลึกมากขึ้นหลังการอบ