การประเมินมาตรฐานส้วมสาธารณะ และการปนเปื้อนแบคทีเรียที่ดื้อยาปฏิชีวนะในส้วมสาธารณะที่ตั้งในกรุงเทพมหานคร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยเชิงสำรวจนี้ เพื่อประเมินมาตรฐานส้วมสาธารณะตามเกณฑ์มาตรฐาน ด้านอนามัย ความพอเพียง และความปลอดภัยของส้วมประเภทละ 36 แห่ง ใน 3 ประเภทได้แก่ส้วม ที่ตั้งในห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานีบริการน้ำมัน ศึกษาระดับความพึงพอใจและสุขนิสัยของผู้ใช้ส้วมสาธารณะ จำนวน 432 คน ตลอดจนศึกษาการปนเปื้อนแบคทีเรียกลุ่ม โคลิฟอร์ม และสแตปฟิโลคอคคัสในตัวอย่างส้วมสาธารณะจำนวนประเภทละ 20 แห่ง ที่ตั้งในกรุงเทพมหานคร ผลการประเมินพบว่ามาตรฐานส้วมสาธารณะของส้วมทั้ง 3 ประเภทไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p-value = 0.156) ทั้งนี้พบว่าส้วมภายในห้างสรรพสินค้าผ่านมาตรฐานนี้มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับส้วมประเภทอื่น ๆ (ร้อยละ 55.6) ผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการห้องส้วมสาธารณะพบว่ามีความแตกต่างกันระหว่างประเภทของส้วมอย่างมีนัยสำคัญ (p-value < 0.001) โดยผู้ใช้บริการส้วมสาธารณะ มีระดับพึงพอใจมากที่สุดในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก (ร้อยละ 16.7) ด้านความปลอดภัย (ร้อยละ 20.8) และด้านความพอเพียง (ร้อยละ 20.8) จากส้วมที่ตั้งในห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานีบริการน้ำมันตามลำดับ ทั้งนี้พบว่าผู้ใช้บริการส้วมสาธารณะถึงร้อยละ 10.0 ที่ไม่เคยล้างมือด้วยสบู่หลังใช้บริการส้วมสาธารณะ นอกจากนี้สามารถแยกแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม และสแตปฟิโลคอคคัส ที่ปนเปื้อนในห้องส้วม รวมทั้งสิ้นจำนวน 600 และ 150 ไอโซเลตตามลำดับ โดยมีรูปแบบการดื้อยาของแบคทีเรียที่แยกได้ในแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกับประเภทของส้วมที่แยกได้อย่างมีนัยสำคัญ (p-value < 0.001 และ 0.015 ตามลำดับ) ผลจากการวิจัยนี้สามารถใช้เป็นข้อมูลที่ดีในการพัฒนาคุณภาพของส้วมสาธารณะ และการเฝ้าระวังการแพร่กระจายของแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะผ่านสิ่งแวดล้อมอันส่งผลต่อสุขภาพของชุมชน