การทดสอบประสิทธิภาพเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติ กรณีการใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าที่แตกต่างกัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพเครื่องวัดความดันโลหิตแบบ อัตโนมัติแต่ละยี่ห้อ ที่มีผลต่อค่าความถูกต้องในการวัดความดันโลหิตของผู้ป่วย เมื่อเทียบกับ เครื่องมือมาตรฐาน กรณีการใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าให้กับเครื่องที่แตกต่างกัน และ๒) เพื่อเปรียบเทียบ แหล่งจ่ายไฟฟ้าที่แตกต่างกัน เมื่อใช้กับเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติเครื่องเดียวกัน เมื่อเทียบ กับเครื่องมือมาตรฐาน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติที่มีใช้งานใน โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขตพื้นที่ ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบน การสุ่มกลุ่ม ตัวอย่าง ด้วยวิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติ จำนวน ๕ ยี่ห้อหรือ รุ่นที่มีใช้มากที่สุดจำนวน ๑๐๐ เครื่อง โดยเลือกยี่ห้อหรือรุ่นละ ๒๐ เครื่อง ดังนี้ ๑) ยี่ห้อ OMRON รุ่น HEM-๗๐๐๐SERIES, ๒) ยี่ห้อ OMRON รุ่น SEM-(๑-๑-b), ๓) ยี่ห้อ TERUMO รุ่น ES-Pawlo, ๔) ยี่ห้อ MICROLIFE รุ่น ๓AQด และ ๕) ยี่ห้อ FDK รุ่น FT-C๒๓Y โดยแต่ละเครื่องจะทำการทดสอบ ตามชนิดของแหล่งจ่ายไฟฟ้าทั้ง ๔ แบบ คือ ๑) แบตเตอรี่แบบธรรมดา, ๒) แบตเตอรี่อัลคาไลน์แบบ ใช้แล้วทิ้ง, ๓) แบตเตอรีอัลคาไลน์แบบชาร์จได้, ๔) หม้อแปลงไฟฟ้า (Adapter) โดยดำเนินการ ทดสอบตามคู่มือขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน วิธีการทำการทดสอบเครื่องวัดความดันโลหิต กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในการทดลองและรายงานผลจะไม่ปรากฏชื่อยี่ห้อ และรุ่น ของเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติ ที่ทำการทดสอบ แต่จะกำหนดชื่อเรียกแทนยี่ห้อ และรุ่น ดังนี้ A, B, C, D และ E ผลการวิจัยพบว่า ๑) ค่าความผิดพลาดของเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติแต่ละยี่ห้อ ที่มีผลต่อค่าความถูกต้องในการวัดความตันโลหิตของผู้ป่วย เมื่อเทียบกับเครื่องมือมาตรฐาน กรณีการ ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าให้กับเครื่องที่แตกต่างกัน พบว่า แหล่งจ่ายไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องวัดความดันโลหิต แบบอัตโนมัติแตกต่างกัน ไม่มีผลต่อค่าความถูกต้องของค่าความดันโลหิต เมื่อเทียบกับเครื่องมือ มาตรฐาน และค่าที่ได้ไม่มีเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติยี่ห้อใดมีค่าผิดพลาดเกินค่ามาตรฐาน (ค่ามาตรฐานอยู่ที่ + ๔ มิลลิเมตรปรอท) และ ๒) ผลการทดสอบการเปรียบเทียบแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่ แตกต่างกัน เมื่อใช้กับเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติเครื่องเดียวกัน เมื่อเทียบกับเครื่องมือ มาตรฐาน โดยเรียงลำดับจากยี่ห้อที่มีค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยน้อยที่สุดไปหาค่าความผิดพลาด สูงสุดเฉลี่ยมากที่สุด ดังนี้ (๑) เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติยี่ห้อ A เรียงลำดับจากค่าความผิดพลาด สูงสุดเฉลี่ย น้อยที่สุดไปหาค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุด พบว่า เครื่องวัดความดันโลหิตแบบ อัตโนมัติ ที่ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าแบตเตอรี่แบธรรมดาและแบตเตอรี่อัลคาไลน์ใช้แล้วทิ้ง มีคำความ ผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยน้อยที่สุด ที่ ๐.๖๐ มิลลิเมตรปรอท และที่ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าแบตเตอรี่อัลคาไลน์ แบบชาร์จได้และหม้อแปลงไฟฟ้า (Adapter) มีค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุด ที่ ๐.๖๕ มิลลิเมตรปรอท ผลค่าเฉลี่ยของการทดสอบจากแหล่งจ่ายไฟฟ้าทั้ง ๔ แบบ มีค่าเท่ากับ ๐.๖๓ มิลลิเมตรปรอท และมีค่าความแตกต่างจากคำความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุดกับคำความ ผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยน้อยที่สุด ๐.๐๕ มิลลิเมตรปรอท (๒) เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติยี่ห้อ C เรียงลำดับจากค่าความผิดพลาด สูงสุดเฉลี่ย น้อยที่สุดไปหาค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุด พบว่า เครื่องวัดความดันโลหิตแบบ อัตโนมัติ ที่ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าแบตเตอรี่แบบธรรมดา มีค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยน้อยที่สุด ที่ ๐.๗๕ มิลลิเมตรปรอท, ที่ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าเป็นแบตเตอรี่อัลคาไลน์ใช้แล้วทิ้งและแบตเตอรี่อัลคาไลน์แบบ ชาร์จได้ มีค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยเท่ากัน ที่ ๐.๘๐ มิลลิเมตรปรอท และที่ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าเป็น หม้อแปลงไฟฟ้า (Adapter) มีค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุด ที่ ๐.๘๕ มิลลิเมตรปรอท ผล ค่าเฉลี่ยของการทดสอบจากแหล่งจ่ายไฟฟ้าทั้ง ๔ แบบ มีค่าเท่ากับ ๐.๘๐ มิลลิเมตรปรอท และมีค่า ความแตกต่างจากค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุดกับค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยน้อยที่สุด ๐.๑๐ มิลลิเมตรปรอท (๓) เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติยี่ห้อ D เรียงลำดับจากค่าความผิดพลาด สูงสุดเฉลี่ย น้อยที่สุดไปหาค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุด พบว่า เครื่องวัดความดันโลหิตแบบ อัตโนมัติ ที่ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าแบตเตอรี่อัลคาไลนใช้แล้วทิ้ง และแบตเตอรี่อัลคาไลน์แบชาร์จได้ มีค่า ความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยน้อยที่สุด ที่ ๑.๔๕ มิลลิเมตรปรอท, ที่ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าหม้อแปลงไฟฟ้า (Adapter) มีค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยที่ ๑.๕๐ มิลลิเมตรปรอท และที่ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าเป็น แบตเตอรี่แบบธรรมดา มีค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุด ที่ ๑.๕๕ มิลลิเมตรปรอท ผลค่าเฉลี่ย ของการทดสอบจากแหล่งจ่ายไฟฟ้าทั้ง ๔ แบบ มีค่าเท่ากับ ๑.๔๙ มิลลิเมตรปรอท และมีค่าความ แตกต่างจากค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุดกับค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยน้อยที่สุด มิลลิเมตรปรอท (๔) เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติยี่ห้อ B เรียงลำดับจากค่าความผิดพลาด สูงสุดเฉลี่ย น้อยที่สุดไปหาค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุด พบว่า เครื่องวัดความดันโลหิตแบบ อัตโนมัติ ที่ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าแบตเตอรีแบบธรรมดาและแบตเตอรี่อัลคาไลน์แบบชาร์จได้ มีค่าความ ผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยน้อยที่สุด ที่ ๑.๔๕ มิลลิเมตรปรอท, หม้อแปลงไฟฟ้า (Adapter) มีค่าความ ผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยที่ ๑.๕๕ มิลลิเมตรปรอทและที่ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าแบตเตอรี่อัลคาไลน์ใช้แล้วทิ้ง มี ค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุด ที่ ๑.๖๐ มิลลิเมตรปรอท ผลค่าเฉลี่ยของการทดสอบจาก แหล่งจ่ายไฟฟ้าทั้ง ๔ แบบ มีค่าเท่ากับ ๑.๕๑ มิลลิเมตรปรอท และมีค่าความแตกต่างจากค่าความ ผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุดกับค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยน้อยที่สุด ๐.๑๕ มิลลิเมตรปรอท (๕) เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติยี่ห้อ E เรียงลำดับจากค่าความผิดพลาด สูงสุดเฉลี่ย น้อยที่สุดไปหาค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุด พบว่า เครื่องวัดความดันโลหิตแบบ แบบอัตโนมัติ ที่ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าหม้อแปลงไฟฟ้า (Adapter) มีค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยน้อย ที่สุด ที่ ๑.๕๐ มิลลิเมตรปรอท และที่ใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้าเป็นแบตเตอรี่แบบธรรมดา, แบตเตอรี่อัล คาไลน์ใช้แล้วทิ้ง และแบตเตอรี่อัลคาไลน์แบบชาร์จได้ มีค่าความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ ที่ ๑.๖๐ มิลลิเมตรปรอท ผลค่าเฉลี่ยของการทดสอบจากแหล่งจ่ายไฟฟ้าทั้ง ๔ แบบ มีค่าเท่ากับ ๑.๕๘ มิลลิเมตรปรอท และมีค่าความแตกต่างจากคำความผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยมากที่สุดกับค่าความ ผิดพลาดสูงสุดเฉลี่ยน้อยที่สุด ๐.๑๐ มิลลิเมตรปรอท