การประยุกต์ใช้ระบบภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศกับโครงข่ายการสัญจรอิสระเพื่อสร้างแผนที่จุดเสี่ยงภัยด้านอาชญากรรม : กรณีศึกษา พื้นที่เขตดุสิต
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
อาชญากรรมเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นทุกประเทศทั่วโลก โดยการกระทําของบุคคลซึ่งการกระทํานั้นๆ กฎหมายได้บัญญัติเป็นข้อห้าม และถือเป็นความผิดซึ่งผู้กระทําผิดต้องได้รับการลงโทษ โดยเขตดุสิต อยู่ในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร มีชุมนทั้งหมดจํานวน 42 ชุมชน งานวิจัยเรื่อง การปรยุกต์ใช้ระบบภูมิศาสตร์ และภูมิสารสนเทศกับโครงข่ายการสัญจรอิสระเพื่อสร้างแผนที่จุดเสี่ยงภัยด้านอาชญากรรม กรณีศึกษา พื้นที่เขตดุสิต มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อค้นหาโครงข่ายการสัญจรอิสระในเขตดุสิต 2) เพื่อค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างโครงข่ายการสัญจรอิสระ และพื้นที่เสี่ยงภัยด้านอาชญากรรมเกี่ยวกับบุคคลและทรัพย์สินในเขตดุสิตมีลักษณะอย่างไร โดยวิธีการดําเนินการวิจัยนี้เน้นจัดทําแผนที่ที่ระบุจุดเสี่ยงภัยด้านอาชญากรรมในพื้นที่เขตดุสิต จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างทฤษฎีการสัญจรกับสัณฐานเมืองจากผลงานวิจัยพบว่า ถนนสามเสนเป็นถนนที่มีความสําคัญทั้งระบบในเขตดุสิตสูงสุด เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวผ่านถนนย่อยภายในพื้นที่จํานวนมาก และยังทําหน้าที่เชื่อมโยงเข้าไปถนนในเขตพระนครและเขตบางซื่อ และพบว่า ถนนราชวิถีเป็นเส้นสําคัญในย่านย่อยมากที่สุดเนื่องจากผ่านซอยย่อยหลายชุมชน รองลงมาได้แก่ถนนพระราม 5 และถนนสามเสน ตามลําดับจากข้อมูลพบว่าถนนเส้นที่มีซอยย่อยสะสมมากจะมีค่าคะแนนความเป็นเส่นสําคัญย่านย่อยสูงดังนั้น เส้นที่สําคัญทั้งระบบมีผลต่อการเกิดเหตุอาชญากรรมในพื้นที่เขตดุสิต เป็นส่วนใหญ่ ส่วนเส้นที่สําคัญในย่านย่อยพบว่า มีผลต่อการเกิดเหตุอาชญากรรมในเขตดุสิต เพียงเล็กน้อย จึงสรุปได้ว่าส่วนใหญ่พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุอาชญากรรม เขตดุสิต ที่ปรากฏในแผนที่จุดเสี่ยงอาชญากรรมในงานวิจัยนี้ พบว่าอยู่ในพื้นที่ของถนนสามเสน และถนนพระราม 5