กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การนำยางธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในงานวิศวกรรมชลประทาน เป็นการบูรณาการงานวิจัยร่วมกันระหว่างสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร และสำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ย่างพารา โดยกำหนดข้อจำกัดในการนำไปใช้ประโยชน์กับงานชลประทานด้วยแรงคนและวัสดุในพื้นที่ ให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับงานก่อสร้างฝายเพื่อการชลประทาน สูตรยางที่ใช้นำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์กล่องยาง ต้องใช้สัดส่วนยางธรรมชาติมากที่สุด โดยต้องมีคุณสมบัติทางวิศวกรรมที่เหมาะสมกับการใช้งานและคงทนต่อสภาพแวดล้อม ในการวิจัยครั้งนี้ให้ความสำคัญคุณสมบัติของยางที่สามารถทนทานต่อโอโซน (O2) ระดับ 25 pphm เป็นสำคัญ ผลการศึกษาสามารถใช้ยางธรรมชาติในปริมาณสูงสุดได้ถึงร้อยละ 80 โดยไม่เกิดรอยร้าวบนชิ้นทดสอบ กล่องยางขนาด 20X40X10 ซม. ผนังหนา 4 มม. ถูกพิจารณาให้ผลิตตามข้อจำกัดของความสามรถในการผลิตและวิธีการนำไปใช้ในพื้นที่ เลือกบรรจุวัสดุดินทรายลงในกล่องยางและการทำให้แน่นในสภาพอิ่มน้ำ ความแน่นเป็นปัญหาต่อเสถียรภาพโดยรวมของการจัดเรียงเพื่อใช้งาน เนื่องจากการขนย้าย จัดเรียง กล่องยางจะถูกขยับจนทำให้ภายในเคลื่อนตัวได้และเมื่อมีน้ำหนักมากดทับมากขึ้นหรือเมื่อมีแรงกระทำจากพฤติกรรมของน้ำจะเกิดการยุบตัวและป่องออกด้านข้าง ฝายกล่องยางที่ได้จากการจัดเรียงรูปแบบต่างๆ ไม่สามารถป้องกันการไหลซึมผ่านน้ำได้ ฝายที่ได้จะทำหน้าที่เพียงฝายชลอน้ำหรือทดน้ำชั่วคราว ยังคงพบปัญหาการเกิดปรากฎการฟรอสติง (Frosting phenomcnon) ซึ่งเป็นการเสื่อมสภาพของยาง และอุณหภูมิมีผลต่อการคงรูปร่างของกล่องยาง การนำไปใช้งานก่อสร้างฝายให้มีเสถียรภาพจำเป็นต้องมีการปรับปรุงฐานรากและผิวสัมผัสกับบริเวณที่จัดจัดวางกล่องยางให้มีความั่นคงก่อน รุปแบบที่จัดเรียงควรเลือกรูปแบบฐานกว้างจะให้มีความมั่นคงโดยรวมมากกว่า ส่วนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างฝายด้วยกล่องยาบรรจุดินจะมีราคาสูงกว่าการก่อสร้างฝายด้วยิธีอื่นอย่างมากเมื่อเทียบที่ขนาดฝายเท่ากัน