Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

แนวทางการจัดการห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของสินค้าเกษตรอินทรีย์ จังหวัดเชียงใหม่

จินดา จันที มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การจัดการห่วงโซ่อุปทานโดยมุ่งเน้นความมีส่วนร่วมของเกษตรกรและผู้ประกอบการ สินค้าเกษตรอินทรีย์ จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์บริบทและสถานการณ์การดำเนินงาน ของกลุ่มผู้ทำการเกษตรอินทรีย์ในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ (2) วิเคราะห์ศักยภาพองค์กรด้วยเทคนิค SWOT analysis ของกลุ่มผู้ทำการเกษตรอินทรีย์ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ (3) หารูปแบบการจัดการ ห่วงโซ่อุปทานเพื่อพัฒนาเกษตรกรกลุ่มผู้ทำเกษตรอินทรีย์ในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัย พบว่า อำเภอสันทรายเป็นอำเภอหนึ่งที่รองรับความเจริญเติบโตรองจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งอาจส่งผล กระทบต่อพื้นที่ทำการเกษตรอินทรีย์ลดน้อยลง สำหรับสถานการณ์การทำเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรใน อำเภอสันทราย พบว่า เกษตรกรที่มีความมุ่งมั่นในการทำเกษตรอินทรีย์ค่อนข้างน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากปัจจัย หลายๆ ด้าน การทำเกษตรอินทรีย์ส่วนใหญ่ทำในลักษณะรวมกลุ่มกัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำเกษตร อินทรีย์เป็นระยะๆ จุดแข็งคือ กลุ่มเกษตรกรเป็นกลุ่มที่มีคุณภาพ สามารถเป็นต้นแบบของเกษตรกรที่มีความ พยายาม อดทน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างต่อเนื่อง จุดอ่อนคือ เกษตรกรขาดความรู้เรื่องธาตุอาหารดิน และการกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญ เกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นผู้สูงอายุ มีข้อจำกัดด้าน แรงงาน โอกาสคือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคโดยหันมาบริโภคสินค้าอินทรีย์มากขึ้น กระแสการ รักษาสุขภาค และนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ ข้อจำกัดคือ ผลผลิตมีไม่เพียงพอต่อความ ต้องการบริโภคและการส่งออก ราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง การค้นหารูปแบบการจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อพัฒนาเกษตรกรผู้ทำการเกษตรอินทรีย์ พบว่า ใน ระดับต้นน้ำ เกษตรกรควรมีการจัดหาปัจจัยการผลิตจากการผลิตเองโดยนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการ ฝึ กอบรมมาพัฒนาการจัดหาปัจจัยการผลิต ส่วนรูปแบบการดำเนินงานในกลุ่มกลางน้ำ ซึ่งประกอบด้วย เกษตรกร ผู้ค้าส่ง พ่อค้าคนกลางและผู้แปรรูป ควรมีการวางแผนการผลิต การเก็บเกี่ยว การนำส่ง การบรรจุ 2 หีบห่อ ตลอดจนการชำระเงิน ร่วมกันให้สอดคล้องกับความต้องการ และกลุ่มปลายน้ำ พบว่า รูปแบบการ ดำเนินการมี 2 ลักษณะคือ จัดจำหน่ายให้กับโรงแรมและร้านอาหาร และจัดส่งให้กับตลาดสดหรือแหล่ง จำหน่ายในชุมชน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การจัดการห่วงโซ่อุปทานโดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรอินทรีย์

จินดา จันที มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2558

การจัดการห่วงโซ่อุปทานของสินค้าเกษตรในอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

ภัทร์ธนกัลย์ เตี่ยไพบูลย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2566

ระบบการจัดการสายโซ่อุปทานของข้าวอินทรีย์ ในจังหวัดอุดรธานี

กัญญา แสนนามวงษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พ.ศ. 2557

การใช้วิธีวิเคราะห์การจัดกลุ่มหมู่บ้าน เพื่อส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเชียงใหม่

สุรชัย กังวล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2559

การจัดการโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานข้าวไร่พันธุ์พื้นเมืองในจังหวัดนครราชสีมา

วาสนา ภานุรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2560

การพัฒนาการจัดการความรู้ทางการตลาดเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกรในตำบลมะค่า อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม

พรปวีณ์ ศรีประเสริฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2558

โครงการศึกษาแนวทางการจัดการห่วงโซ่อุปทาน และโลจิสติกส์ของสินค้าเกษตร

นิพนธ์ พัวพงศกร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2553

การพัฒนารูปแบบตลาดเกษตรอินทรีย์ที่เหมาะสมกับบริบทเชิงพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

สมคิด แก้วทิพย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2559

รูปแบบการจัดการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอินทรีย์ เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต และการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรอินทรีย์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเห็ดในจังหวัดมหาสารคาม

นิศารัตน์ โชติเชย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2561

นวัตกรรมการจัดการความรู้การแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากข้าวอินทรีย์เพื่อยกระดับอาชีพและเสริมสร้างขีดความสามารถของเกษตรกรในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

วิภาดา ญาณสาร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564