Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

อุปกรณ์เปล่งแสงชนิดอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพจากสารเชิงซ้อนของอิริเดียมโดยเทคนิคโฮส-เกสท์

รักเกียรติ จิตคติ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

วิจัยนี้ได้ทำการสังเคราะห์สารเชิงซ้อนของโลหะอิริเดียม โดยใช้ N,N ลิแกนด์เป็น 4,5-diaza-9,9-spirobifluorene หรือ 1,10-phenanthroline และ C,N ลิแกนด์ เป็นอนุพันธ์ของ phenyl pyridine มีขั้นตอนการสังเคราะห์ 3 ขั้นตอน คือ 1) สังเคราะห์ลิแกนด์ 2) สังเคราะห์ chloro-bridged iridium(III) dimer 3) การสังเคราะห์โมเลกุลสารเชิงซ้อนของโลหะอิริเดียมเป้าหมาย สารทั้งหมดได้ทำการพิสูจน์เอกลักษณ์ของสารด้วยเทคนิค 1H NMR, 13C NMR และ Infrared spectroscopy (IR) ศึกษาคุณสมบัติดูดกลืนและคายแสงด้วยเทคนิค UV-Vis ศึกษาความเสถียรด้วยไฟฟ้าโดย cyclic voltammetry (CV) และศึกษาประสิทธิภาพการเปล่งแสงของสารเชิงซ้อนอิริเดียมที่สังเคราะห์ได้ โดยประกอบด้วยสารทั้งหมด 9โครงสร้างดังนี้ {(4,5-diaza-9,9-spirobifluorene -N-N)-bis-(2-phenylpyridine C2,N)-iridium(III) hexafluoro phosphate (KM01), {(4,5-diaza-9,9-spirobifluorene -N-N’)-bis-(2-thiophen-2-yl-pyridine C5,N)-iridium(III)} hexafluorophosphate (KM02), {(4,5-diaza-9,9-spirobifluorene -N-N)-bis-(2-(2,4-difluorophenyl)-pyridine C6,N)-iridium(III)} hexafluorophosphate (KM03), {(4,5-diaza-9,9-spirobifluorene -N-N)-bis-(1(2,4-difluorophenyl)-1H-pyrazole-C6,N2)-iridium (III)} hexafluoro phosphate (KM04), [(1,10-phemanthroline-N-N’)-bis-(2-(2’,4’–difluoro-phenyl)-1H-pyrazole-C6,N2)-iridium(III)] hexafluoro phosphate (NP03), [(9,9-Bis(4-methoxyphenyl)-9H-cyclopentadipyridine-N-N?)-bis-(2-(2?,4?-difluorophenyl)-pyridine–C6?,N)-iridium(III)] hexafluorophosphate (NS01), [(9,9-Bis(4-methoxyphenyl)-9H-cyclopentadipyridine-N-N?)-bis-(2-phenylpyridine-C2?,N)-iridium(III)]hexafluorophosphate (NS02), [(9,9-Bis(4-methoxyphenyl)-9H-cyclopentadipyridine-N-N?)-bis-(2-(thiophen-2?-yl)-pyridine-C5?,N)-iridium(III)] hexafluorophosphate (NS03) และ[(9,9-Bis(4-methoxyphenyl)-9H-cyclopentadipyridine-N-N?)-bis-(2-phenylquinoline-C2?,N)-iridium(III)]hexafluorophosphate (NS04) จากการศึกษาประสิทธิภาพอุปกรณ์ OLED ของสารประกอบเชิงซ้อนโลหะอิริเดียม NP03 ด้วยเทคนิค โฮส-เกทส์ พบว่าอุปกรณ์ OLED ที่อัตราส่วนของ PVK:NP03 เท่ากับ 3:1 โดยมวล ที่ความเร็วที่ 2500 รอบต่อนาที โดยใช้อุปกรณ์เป็น ITO/PSS:PEDOT/ PVK:NP03/TPBi/LiF/Al ที่ความเข้มข้น 10 mg/mL จะมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด โดยอุปกรณ์ให้ความสว่างมากที่สุดที่ 1053 cd/m2 มีค่า Von ที่ต่ำที่สุดคือ 7.8 V และได้ค่า CIE 2 ค่าคือ (0.35,0.49) และ (0.49,0.49) ซึ่งที่ CIE ค่าแรกเป็นแสงสีเขียวซึ่งเป็นผลมากจากการเปล่งแสงผสมของ PVK ที่ใช้เป็นชั้นโฮสและ NP03 แต่เมื่อให้ศักย์ไฟฟ้าเต็มที่ พลังงานจะเข้าไปยังชั้น PVK ก่อนแล้วจึงผ่านเข้าไปยังชั้นสาร NP03 ซึ่งเป็นชั้นที่มี energy gap ต่ำกว่า อุปกรณ์จึงเปล่งแสงเป็นสีเหลือง ที่ CIE เป็น (0.49,0.49) จากนั้นศึกษาประสิทธิภาพของอุปกรณ์เปล่งแสงจากสารเชิงซ้อนอิริเดียม NS01-NS04 โดยใช้โครงสร้าง ITO/PEDOT:PSS/PVK:complex(2:1)/TPBi/LiF/Al และเพิ่มอัตราส่วนของสาร PVK ต่อ สารเชิงซ้อนอิริเดียม เป็นอัตราส่วน 2:1 w/w พบว่าการเพิ่มปริมาณของสารเชิงซ้อนอิริเดียม ไม่มีผลต่อเพิ่มขึ้นของค่าประสิทธิภาพอุปกรณ์เปล่ง จากนั้นเพิ่มอัตราส่วนของ BMIMPF6 ซึ่งเป็น ionic liquid โดยหวังว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์ OLED ให้มีค่ามากขึ้น และศึกษาประสิทธิภาพโดยการเพิ่มอัตราส่วนของ BMIMPF6 ที่แตกต่างกัน ผลการศึกษาจากสารเชิงซ้อนอิริเดียม KM01-KM04 พบว่าสาร KM01: BMIMPF6 อัตราส่วน 1:1 w/w มีค่าความสว่างที่มากขึ้นอย่างชัดเจนที่ 2027 cd/m2 และมีค่า CIE coordinate (x,y) เท่ากับ (0.48, 0.50)

คำสำคัญ

charged complexOrganic light emitting diodes (OLED)ไดโอดสารเรืองแสงอินทรีย์ฟีแนนโทรลีนสารประกอบเชิงซ้อนของโลหะอิริเดียมสารประกอบที่มีประจุ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาสีย้อมรูทีเนียมชนิดไม่มีไทโอไซยาเนตเพื่อเป็นสีย้อมไวแสงในเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์

รักเกียรติ จิตคติ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2557

สารเชิงซ้อนของโลหะอิริเดียม (III) เพื่อใช้เป็นตัวตรวจวัดสารเสพติดชนิดเอมีน

กิตติยา วงษ์ขันธ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2558

สังเคราะห์และการศึกษาการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนของตัวตรวจจับเคมีที่เป็นอนุพันธ์ของ hydroxyphenylfluorone กับโลหะไอออนต่างๆ โดยการศึกษาเชิงทฤษฎีและการทดลอง เพื่อการพัฒนาเป็นชุดทดสอบโลหะไอออนในแหล่งน้ำธรรมชาติ

ทัศน์วรรณ แก้ววังชัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2560

ตัวตรวจจับฟลูออไรด์อย่างจ าเพาะเจาะจงที่ได้จากอนุพันธ์อิมีน-ฟี นอล

ภูมิรัตน์ นุสุวรรณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2559

การพัฒนาวัสดุลูกผสมอัจฉริยะแบบซิลเซสคิวออกเซน สำหรับการตรวจวัดและดูดซับไอออนโลหะหนัก

วุฒิชัย เอื้อวิทยาศุภร มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2564

การพัฒนาสีย้อมอินทรีย์ไร้โลหะระบบ D-p-A ชนิดใหม่เพื่อใช้ในการประกอบเซลล์แสงอาทิตย์แบบสีย้อมไวแสง

เทียนทอง ทองพันชั่ง มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2558

สารประกอบเชิงซ้อนของเหล็ก สังกะสีและทองแดงกับลิแกนด์มัลติเดนเตต

อานอบ คันฑะชา มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2556

Synthesis, characterization, and biological studies of novel Ni(II) and Zn(II) complexes with 5-chloro-2-(phenylazo)pyridine

เสาลักษณ์ พงษ์ไพจิตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2560

การสังเคราะห์สารประกอบเชิงซ้อนโลหะเมไทโอนีนไฮดรอกซีอนาล็อก

หิริหัทยา เพชรมั่ง มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2554

การสังเคราะห์และพิสูจน์เอกลักษณ์ของสารเรืองแสงอินทรีย์ชนิดใหม่ที่มี 2,7-คาร์บาโซล สำหรับอุปกรณ์ไดโอดเรืองแสงอินทรีย์

ปาลิตา ชาระ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2560