กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้สังเคราะห์และพิสูจน์เอกลักษณ์สารเชิงซ้อนของโลหะอิริเดียม ได้แก่ [(dimethyl 2,2’-bipyridine-3,3’-dicarboxylate)-bis-(2-(phenyl)-pyridine-C2’,N)-iridium(III)] hexafluorophosphate (NU-02), (dimethyl 2,2’-bipyridine 3,3’dicarboxylate)-bis-(phenyl-4-trifluoromethyl pyridine)-iridium(III) hexafluorophosphate (SY-11), [(1,10-phenanthro- line-5,6-dione)-bis-(2-(phenyl)-pyridine-C2’,N)-iridium(III)] hexafluorophosphate (WS-01) และ [(1,10-phenanthroline-5,6-dione)-bis-(phenyl-4-trifluoromethyl pyridine)-iridium(III)] hexafluorophosphate (WS-02) เพื่อนำไปใช้เป็นตัวตรวจหาเอมีน การศึกษาสมบัติการดูดกลืนแสงของโมเลกุลข้างต้นในสารละลาย พบว่ามีการดูดกลืนแสงในช่วงความยาวคลื่น 250-550 nm และมีการทรานซิชันจาก ?-?* ในช่วง 250-320 nm และการทรานซิชันแบบ metal to ligand charge transfer (MLCT) ในช่วง 346-430 และ 450-545 nm เมื่อนำไปทดสอบกับ n-butylamine พบว่าNU-02 มีการเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีส้ม และ SY-11 เปลี่ยนจากสีส้มให้เป็นสีเหลือง ในเวลา 120 นาที และ 30 ตามลำดับ ส่วน WS-01 และ WS-02 เปลี่ยนจากสารละลายสีเหลืองเป็นสีเขียวอย่างรวดเร็วภายใน 30 วินาที อย่างไรก็ตามเมื่อทำการทดสอบเบื้องต้นกับยาบ้าและยาไอซ์ พบว่าทั้ง WS-01 และ WS-02 ยังไม่ประสบความสำเร็จในการตรวจสอบยาบ้าและยาไอซ์เมื่อเทียบกับวิธีมาตรฐาน ซึ่งเรามีแผนการปรับปรุงโครงสร้างของสารเชิงซ้อนให้สามารถตรวจวัดได้ในต่อไป