Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

สังเคราะห์และการศึกษาการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนของตัวตรวจจับเคมีที่เป็นอนุพันธ์ของ hydroxyphenylfluorone กับโลหะไอออนต่างๆ โดยการศึกษาเชิงทฤษฎีและการทดลอง เพื่อการพัฒนาเป็นชุดทดสอบโลหะไอออนในแหล่งน้ำธรรมชาติ

ทัศน์วรรณ แก้ววังชัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ได้ทำการสังเคราะห์ตัวตรวจวัดทางเคมีสำหรับ Cu2+ ไอออนชนิดเปลี่ยนสีและสามารถละลายน้ำได้ ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของฟลูออโรน 3 ชนิดได้แก่ 2,6,7-trihydroxy-9-(4-hydroxyphenyl)-3H-xanthen-3-one (R1), 9-(3,4-dihydroxyphenyl)-2,6,7-trihydroxy-3H-xanthen-3-one (R2) และ 9-(3,5-dihydroxy phenyl)-2,6,7-trihydroxy-3H-xanthen-3-one (R3) ด้วยการทำปฏิกิริยาง่ายๆ เพียงขั้นตอนเดียว โดยการ ทำปฏิกิริยาระหว่างสารละลายของอนุพันธ์ของ (4?formylphenoxy)acetamide กับ hydroxyl hydroquinone triacetate และ hydrochloric acid ทำการ refluxed เป็นเวลา 3 ชั่วโมง หลังจากเกิดปฏิกิริยาสมบูรณ์ ระเหยตัวทำละลายออก แล้วละลายใหม่ในเอธานอล ตกผลึกด้วยตัวทำละลาย ผสม EtOH/EtOAc/DCM ก็จะได้คีโมเซนเซอร์ R1, R2 และ R3 เป็นของแข็งสีแดง จากนั้นทำการศึกษาการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนของคีโมเซนเซอร์ทั้ง 3 ชนิด กับ โลหะไอออนต่างๆ ได้แก่ Na+, K+, Ag+, Ca2+, Fe2+, Co2+, Ni2+, Cu2+, Zn2+, Pb2+, Cd2+, Hg2+, Al3+, Cr3+, Fe3+ และ Ge4+ จำนวน 10 equiv. ด้วยการสังเกตด้วยตาเปล่า เทคนิค UV?vis และ fluorescence spectrophotometry สารละลายของ R1, R2 และ R3 มีสีส้ม เมื่อเติมโลหะไออนเกิดการเปลี่ยนสีอย่างเห็นได้ชัดเจน R1 และ R2 เมื่อเกิดสารประกอบเชิงซ้อนกับ Cu2+ ไอออนจะเปลี่ยนจากสีส้มไปเป็นสีม่วงชมพู และสารละลาย R3 (เกิดสารประกอบเชิงซ้อนกับ Al3+ จะเปลี่ยนจากสีส้มไปเป็นสีชมพู ซึ่งให้ผลที่ตรงกันกับค่าการดูดกลืนแสง และการเรืองแสงของ R1 และ R2 จะลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเติม Cu2+ ไอออนเมื่อเทียบกับโลหะไอออนอื่นๆ เพื่อเป็นการอธิบายพฤติกรรมดังกล่าวจึงได้ทำงานคำนวณทางควันตัมเคมีด้วยทฤษฎีฟังก์ชันความหนาแน่นที่ ระดับ B3LYP/LanL2DZ จากการคำนวณชี้ให้เห็นระดับพลังงาน HOMO?LUMO ที่สามารถใช้อธิบายการ เปลี่ยนสีและสเปกตรัมการดูดกลืนและการเรืองแสง โดยอธิบายการลดลงของการดูดกลืนแสงและการยับยั้ง การเรืองแสงเกิดจากการเกิดปรากฎการ single-electron reduction ของ Cu2+ ไปเป็น Cu+ ไอออน

คำสำคัญ

DFTPETChemosensorFluorescentฟลูออเรสเซนต์ReceptorดีเอฟทีMetal ion sensorตัวตรวจจับFluoroneLanL2DZnaked-eyesการเปลี่ยนสีที่เห็นด้วยตาเปล่าคีโมเซ็นเซอร์พีอีทีฟลูออโรนแลนแอลทูดีแซตโลหะไอออนเซ็นเซอร์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

สารเชิงซ้อนของโลหะอิริเดียม (III) เพื่อใช้เป็นตัวตรวจวัดสารเสพติดชนิดเอมีน

กิตติยา วงษ์ขันธ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2558

อุปกรณ์เปล่งแสงชนิดอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพจากสารเชิงซ้อนของอิริเดียมโดยเทคนิคโฮส-เกสท์

รักเกียรติ จิตคติ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2558

การตรวจวัดแอนไอออนและกรดอะมิโนด้วยเทคนิคการถูกแทนที่ของ อินดิเคเตอร์ โดยใช้สารประกอบโคออร์ดิเนชันชนิดไดนิวเคลียร์ของ Cu2+ และ Zn2+ กับลิแกนด์ประเภท bis-tripodal amine และสีย้อม

จอมใจ สุกใส มหาวิทยาลับบูรพา พ.ศ. 2560

ตัวตรวจจับฟลูออไรด์อย่างจ าเพาะเจาะจงที่ได้จากอนุพันธ์อิมีน-ฟี นอล

ภูมิรัตน์ นุสุวรรณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2559

การพัฒนาวัสดุลูกผสมอัจฉริยะแบบซิลเซสคิวออกเซน สำหรับการตรวจวัดและดูดซับไอออนโลหะหนัก

วุฒิชัย เอื้อวิทยาศุภร มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2564

เคโมโดซิมิเตอร์ชนิดใหม่สําหรับการตรวจวัดไซยาไนด์ไอออน

จอมใจ สุกใส มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2557

การแยกและตรวจหาโครงสร้างทางเคมีของสารสลายตัวของแอนโดรกราโฟไลด์ภายใต้สภาวะกรดและด่าง

ปนัดดา พัฒนวศิน มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560

การเพิ่มประสิทธิภาพตรวจวัดไอออนโลหะหนักโดยใช้วัสดุดัดแปรด้วยรีเอเจนต์จากธรรมชาติ

วรางคณา เขาดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

การพัฒนาการวิเคราะห์สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ด้วยเทคนิคโครมาโท-กราฟีของเหลวสมรรถนะสูงร่วมกับการตรวจวัดทางเคมีไฟฟ้า และประยุกต์วิเคราะห์ในมะรุม

อัญชนา ปรีชาวรพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พ.ศ. 2557

การพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์ตัวชี้วัดทางชีวภาพจากการได้รับสัมผัสสารอะโครลีน และ 1,3-บิวตาไดอีน

สมเกียรติ ท้วมแสง กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2553