การพัฒนาอิมัลชันของน้ำมันรำข้าวโดยใช้เพกตินและเซอินเป็นสารก่ออิมัลชัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมบัติทางกายภาพของสารประกอบเชิงซ้อนระหว่างเพกดินและเซอิม และผลของสารประกดามชิงซ้อนต่อสมบัติทางทางการถาพและความคงสภาพของก็บัลขันน้ำมันรำข้าว ขั้นแรกศึกมา การเกิดสารประกอบเชิงซ้อนระหว่างเพกดินและเซอิน โดยเน้นผลของชนิดเพกดินและความเข้มของเซอิน สารประกอบเชิงซ้อนระหว่างเพกดินและเซอินเกิดขึ้น โดยการผสมสารละลายเพกตินและสารละลายเซอินที่พี่เอช เท่ากับ 4 ซึ่งเซอนและเพกดินมีประจตรงขั้วมกัน พบว่าการเติมเซอินลงในสารละลายเพกสินเกิดเป็นสารประกอบ เชิงซ้อนระหว่างเพกดินและเซอินที่ไม่ละลายน้ำ โดยมีความขุ่นเพิ่มขึ้นและประจุที่เป็นลบลลลงเล็กน้อหมือ ทดสอบศักข์ไฟฟ้าชี้ตา ภาพการเกาะกลุ่มกันจากกล้องจุลทรรศน์ และกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบฮ่องกราด ผลจากอินฟาเรดตเปกโทรสโกปีชนิดฟูเรียร์ทรานสฟอร์มแสดงให้เห็นว่าอาจมีอันตรกิริยาทางกายภาพอย่างอ่อน ระหว่างเพกดินกับเซอิน แรงตึ๊งระหว่างผิวประจันของสารประกอบเชิงซ้อนระหว่างเพกดินและเซอินต่ำกว่ากว่า สารละลายเพกสินเดี่ยวเล็กน้อย จากนั้นศึกษาความคงตัวของอิมัลชันที่มีส่วนประกอบของเพกดินและเซอิน ศึกษา อิทธิพลของความเข้มขั้นเพกดิน เซอิน และน้ำมันรำข้าว ลำดับการผสมต่อสมบัติทางกายกายภาพ เช่น ขนาดหอด อนุภาค ศักย์ไฟฟ้าซีตาและความคงสภาพของอิมัลชันหลังจากเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องและภายให้สภาวะความเครียด ทางสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของวงจรอุณหภูมิและการปั่นเหวี่ยง พบว่าอิมัลชันที่มีความคงสภาพสูง เตรียมได้จากการป์ นผสมเพกดินกับน้ำมันรำข้าวก่อนแล้วจึงเติมสารละลายเซอินที่ทีเอชเท่ากับ 4 ผลการศึกษา ชี้ให้เห็นว่าสารประกอบเชิงซ้อนระหว่างเพกดินและเซอินสามารถปรับปรงความคงสภาพของอิมัลชัน ได้ได้ไดยการ ลดขนาดหยดอนุภาคและการเพิ่มความหมึดของระบบอิมัลชัน ความคงสภาพของอิมัลชันเพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มข้ม ของเซอินเพิ่มขึ้น นอกจากนี้พบว่าการนำอิมัลชันไปผ่านเครื่องปั่นผสมแรงดันสูงทำให้ขนาดของอนุภาคลดลงอีก เล็กน้อยทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของเพกดินที่ใช้ โดยอิมัลชันที่มีเพกดินชนิดเมทอกซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่าเพกสินชนิด เมทอกชีต่ำ ความคงสภาพของอิมัลชันที่ใช้สารประกอบเชิงซ้อนระหว่างเพกดินชนิดเมทอกจึงและเซอิน สูงกว่า อิมักชันที่ใช้สารประกอบเชิงซ้อนระหว่างเพกดินชนิดเมทอกชีต่ำและเซอิน ทั้งก่อนและพลังจากผ่านเครื่องมั่น ผสมแรงดันสูง ดังนั้นสารประกอบเชิงซ้อนระหว่างเทกดินและเซอินภายใต้สภาวะที่เหมาะสมสามารถนำมาใช้เพื่อ ปรับปรุงสมบัติทางกายภาพและความดงสภาพของอิมัลชันน้ำมันรำข้าวได้ เพกสินกันกับเซอินจึงเป็นพอลิเมอร์ธรรม ชาติที่มีแนวโน้มที่จะนำไปประยุกต์ใช้งานได้กว้างขวางขวางมากขึ้น