กลยุทธ์การสร้างสรรค์งานโฆษณาของนักโฆษณามืออาชีพ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่อง กลยุทธ์การสร้างสรรค์งานโฆษณาของนักโฆษณามืออาชีพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในงานโฆษณาของนักโฆษณามืออาชีพ และเพื่อศึกษากลยุทธ์ในการสร้างสรรค์งานโฆษณาของนักโฆษณามืออาชีพ รวมไปถึงการสร้างลักษณะเฉพาะของกลยุทธ์ที่ใช้ในการสร้างสรรค์งานโฆษณาของนักโฆษณามืออาชีพ โดยผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ประเภท (Exploratory research) โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักโฆษณามืออาชีพ วิเคราะห์มูลเชิงคุณภาพแบบวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic analysis) โดยมีการจัดระเบียบข้อมูลและแยกประเภทข้อมูล อธิปรายประเภทข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ ผลการวิจัยพบว่า นักโฆษณามืออาชีพมีวิธีพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักโฆษณามืออาชีพโดยแบ่งเป็น 3 ประเด็นสำคัญดังนี้ประเด็นที่ 1) หลักการคิดสร้างสรรค์งานโฆษณา นักโฆษณามีหลักการสำคัญพื้นฐานคือการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานก่อนสร้างสรรค์งานโฆษณาโดยต้องวิเคราะห์ ทำความเข้าใจ กับ ข้อมูล 3 ส่วนที่สำคัญ คือ 1) ข้อมูลของตัวสินค้า 2) ข้อมูลด้านการแข่งขัน 3) ข้อมูลด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ประเด็นที่ 2) ขั้นตอนในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในงานโฆษณา นักโฆษณามีขั้นตอนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้การสร้างสรรค์อย่างชัดเจน สามารถสรุปขั้นตอนของการสร้างสรรค์งานโฆษณาประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ 1) การทำความเข้าใจโจทย์ 2) การศึกษาหาข้อมูล 3) การหาแนวความคิดสร้างสรรค์ 4) การพัฒนากลยุทธ์ 5) การคิดหาวิธีการนำเสนอ 6) การผลิตงานโฆษณา และประเด็นสุดท้าย ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในงานโฆษณา โดยปัจจัยพื้นฐานที่มิทธิพลต่อความคิดสร้างสรรค์ มี 3 ส่วนสำคัญได้แก่ 1) ความคิดริเริ่ม 2) ความคิดคล่องแคล่ว 3) ความยืดหยุ่น และมีปัจจัยที่ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์อีกลักษณะหนึ่งคือ ปัจจัยด้านบวกและปัจจัยด้านลบ ในส่วนของกลยุทธ์การสร้างสรรค์งานโฆษณานั้น นักโฆษณามืออาชีพใช้กลยุทธ์แบบสร้างอารมณ์ ความรู้สึกร่วม (DRAMA) มากที่สุด เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีลักษณะของความเห็นอกเห็นใจกัน การนำเสนอแบบการสร้างอารมณ์ร่วมที่เสมือนจริงจึงถูกนำมาใช้เป็นกลยุทธ์โฆษณาให้กับสินค้าหรือบริการมากเป็นพิเศษ ส่วนของกลยุทธ์การสร้างสรรค์สารโฆษณา พบว่า นักโฆษณาปัจจุบันมักใช้สารโฆษณาแบบเร้าอารมณ์ (Affective) และใช้วิธีนำเสนอแบบตลก (Humer) เป็นส่วนใหญ่ และมีวิธีการนำเสนอที่หลากหลายขึ้นอยู่กับผู้บริโภคและสถานการณ์ในขณะนั้น วัตถุประสงค์สุดท้ายคือการสร้างลักษณะเฉพาะของการสร้างสรรค์งานโฆษณาของนักโฆษณามืออาชีพนั้น เนื่องด้วยนักโฆษณามีการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นของตนเอง ซึ่งการสร้างเอกลักษณ์นั้นต้องคำนึงถึง 2 ประเด็นหลักดังนี้ ประเด็นที่ 1) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคิดสร้างสรรค์ที่มีประสิทธิภาพ นักโฆษณามีปัจจัยที่มิทธิพลต่อความคิดสร้างสรรค์ในแบบฉบับบของตนเอง โดยอยู่ภายใต้กรอบของ 1) ลักษณะบุคลิกภาพของนักโฆษณา 2) ทีมงาน 3) ลูกค้า ประเด็นที่ 2 ) การตรวจสอบประสิทธิภาพของงานโฆษณาของนักโฆษณามักใช้บัญญัติ 10 ประการในการตรวจสอบประสิทธิภาพของานโฆษณา ดังนี้ 1) บรรลุวัตถุประสงค์ 2) แนวคิดหลักหรือแนวคิดที่ยิ่งใหญ่3) บุคลิกภาพกลุ่มเป้าหมาย 4) เข้าใจง่าย 5) เห็นประโยชน์ของสินค้า 6) ความน่าเชื่อถือ 7) จดจำตราสินค้า 8) เกิดทัศนคติที่ดี 9) ความกลมกลืน 10) คุณภาพของโฆษณา ซึ่งนักสร้างสรรค์โฆษณามืออาชีพต้องสร้างลักษณะเฉพาะของตนเองภายใต้กรอบของงานโฆษณาที่มีประสิทธิภาพเป็นหลัก