Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

การศึกษาและอนุรักษ์“เพลงดีเกีย” ในวัฒนธรรมของชาวมุสลิม ตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา

ทยา เตชะเสน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาด้านวัฒนธรรมดนตรี เพลงพื้นบ้านของชาวมุสลิมบนเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา ที่เรียกว่า “เพลง ดีเกีย” โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลทางด้านมานุษยดุริยางควิทยา จากการลงพื้นที่บนเกาะยาวน้อย โดยการ สัมภาษณ์ข้อมูล ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะผู้ร้องเพลงดีเกีย โต๊ะอิหม่าม เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ และชาวบ้าน มีวัตถุประสงค์เพื่อ การศึกษาขั้นตอนดนตรีและการหาแนวทางการอนุรักษ์ เพลงดีเกีย ผลการศึกษาพบว่า เพลงดีเกีย หมายถึงเพลงที่ใช้ร้องในพิธีการแต่งงานของชาวมุสลิมบนเกาะยาวน้อย มีพัฒนาการมาจากการสวด“ซีกิร” หรือการสวดสรรเสริญต่อศาสดา ของชาวอาหรับ ต่อมาแพร่กระจายมาสู่ประเทศ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเข้ามาทางตอนใต้ของประเทศไทย ในรูปแบบของการแสดง ที่เรียกว่า ดิเกร์อาวัล ดิเกร์ออ สำหรับชาวเกาะยาวน้อยออกเสียง “ดิเกร์” ว่า“ดีเกีย” โดยมีการร้องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีขั้นตอนการร้องในพิธีแต่งงาน ประกอบด้วยดีเกีย ๕ ประเภท คือ ๑) ดีเกียพาบ่าว ๒) ดีเกียสอนบ่าวสาว ๓) ดีเกียสรรเสริญอัลลอฮ ๔) ดีเกียดาญัย ๕) ดีเกียสอนหญิง ผู้ร้องเพลงหลักเป็นผู้ชาย ประมาณ ๕-๑๐ คน ปัจจุบันนำโดยโต๊ะอิหม่ามเช็ม กานเรียบ เป็นผู้สืบทอดจากโต๊ะครูแอ ในอดีตใช้เครื่องดนตรี คือ โทน รำมะนา และไวโอลิน เป็นเครื่องดนตรีประกอบ ปัจจุบันไม่พบผู้บรรเลงเครื่องดนตรีดังกล่าว เนื้อหาเพลงดีเกียสื่อถึง การสอนการดำเนินชีวิตให้กับคู่บ่าวสาว ให้ยึดมั่นในความดี การช่วยเหลือต่อกัน โดยยึดหลักคำสอนจากเนื้อหาของบทคำสอนในศาสนาอิสลาม ปัจจุบันเพลงดีเกียขาดการสืบทอดจากผู้ร้อง ปัจจุบันจึงมีจำนวนผู้ร้องลดน้อยลง แนวทางการอนุรักษ์เพลงดีเกีย ๑) ควรสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับเพลงดีเกียในชุมชนอยู่ตลอด เนื่องจากผู้ที่สามารถร้องเพลงดีเกียได้ ปัจจุบันมีน้อย เนื่องจากแก่ชรา และเสียชีวิตไปหลายท่านและการสืบทอดยังไม่มีการบันทึกอย่างชัดเจน ๒) การส่งเสริมให้เพลงดีเกีย อยู่ในหลักสูตการสอนของวิชาภาษาไทย หรือวิชาสังคมศึกษาของโรงเรียนประจำอำเภอเกาะยาวน้อย เพื่อปลูกฝังให้นักเรียน สามารถร้องเพลงพื้นบ้านที่เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ ๓) การจัดเก็บข้อมูลเสียงร้องเพลงดีเกียอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านภาคใต้ของชาวมุสลิมบนเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา

คำสำคัญ

ZikirDayaiDikearซีกิรดาญัยเพลงดีเกีย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การอนุรักษ์และพัฒนาเพลงอนาชีดของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดนครศรีธรรมราช

พัชราภรณ์ เอื้อจิตรเมศ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2560

การศึกษาดนตรีในพิธีกรรมนางด้งของชาวไทยพวน บ้านเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก

วิลาวรรณ ลายน้ำเงิน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2561

การศึกษาเพลงกล่อมเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ไทลาว ไทโย้ย ผู้ไทและไทย้อ ในเขตจังหวัดสกลนคร

กฤษฎา ศรีธรรมา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พ.ศ. 2557

การศึกษาภาษาและวัฒนธรรมที่ปรากฏในเพลงพื้นบ้าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา

นนทิยา จันทร์เนตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2559

การถ่ายโอนความรู้วัฒนธรรมดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลในจังหวัดสตูล

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2562

ภูมิปัญญาดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ ไทเขิน ไทลื้อ และลาหู่ ในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย

องอาจ อินทนิเวศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2557

วิเคราะห์เปรียบเทียบรูปแบบการแสดงเพลงตันหยงแบบไทยพุทธ และไทยมุสลิม

กรรณณพิณ บวงเงิน สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2560

วัฒนธรรมดนตรีชาวอูรักลาโว้ยในหมู่เกาะบุโหลน จังหวัดสตูล

เรวดี อึ้งโพธิ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2558

การศึกษาเพลงกันตรึมประยุกต์ของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยเขมร

เบญจวรรณ วงษาวดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2560

พิธีไหว้ครู: ดนตรีและคติความเชื่อที่แฝงอยู่ของชาวไทยเชื้อสายเขมรในจังหวัดสุรินทร์

วัศการก แก้วลอย มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2562