การประยุกต์ใช้มาตรฐาน Superpave ในการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สำนักวิจัยและพัฒนางานทางกำลังดำเนินการวิจัยเพื่อที่จะนำการออกแบบเชิงวิเคราะห์ (Analytical Design) มาใช้ในการออกแบบ โดยเริ่มจากถนนที่มีปริมาณจราจรสูง ซึ่งในการออกแบบเชิงวิเคราะห์นั้นจำเป็นจะต้องมีข้อมูลคุณสมบัติ สมรรถนะและแบบจำลองความเสียหายจากการใช้งาน (Distress Model) ของวัสดุโครงสร้างทางทุกชั้น เพื่อเป็นข้อมูลในการออกแบบ ซึ่งสำนักวิจัยและพัฒนางานทางได้เริ่มทำการเก็บข้อมูลดังกล่าวประกอบไปกับการพัฒนากระบวนการคัดเลือกวัสดุและออกแบบส่วนผสมของวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีต โดยยึดแนวทางของการออกแบบส่วนผสมวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีซุปเปอร์เพฟ (Superpave) ซึ่งพัฒนาขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก เพื่อนำมาใช้งานแทนการออกแบบส่วนผสมวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชล (Marshall) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันโดยอาจมีการปรับปรุงในบางส่วนเพื่อให้เหมาะสมกับเงื่อนไขของประเทศไทย ทั้งในด้านภูมิอากาศ วัสดุ และความพร้อมของเครื่องมือและบุคลากรในการดำเนินงานทดสอบ ออกแบบ และควบคุมคุณภาพวัสดุ ในส่วนของการศึกษาการออกแบบส่วนผสมของวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี Superpave การทดสอบคุณสมบัติของวัสดุมวลรวมและยางแอสฟัลต์ และการทดสอบคุณสมบัติ สมรรถนะและแบบจำลองความเสียหายจากการใช้งานของวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น สำนักวิจัยและพัฒนางานทางได้ร่วมคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติ สมรรถนะ และแบบจำลองความเสียหายจากการใช้งานของวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีต ในขณะที่สำนักวิจัยและพัฒนางานทางได้ดำเนินการทดสอบเพิ่มเติมและรวบรวมผลการทดสอบทั้งหมดเพื่อใช้ในการสรุปผลการนำการทดสอบวัสดุและการออกแบบส่วนผสมวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี Superpave มาใช้งานในประเทศไทย รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลคุณสมบัติของวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผลิตจากยางแอสฟัลต์ และวัสดุมวลรวมชนิดต่างๆในประเทศไทย ไว้ในรายงานฉบับนี้ เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบเชิงวิเคราะห์ และการพัฒนาโครงสร้างทางที่มีความแข็งแรงทนทาน สอดคล้องกับสภาพการใช้งาน และเงื่อนไขต่างๆของประเทศไทย