กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
หอยตะโกรมกรามขาว (Crassostrea belcheri) เป็นหนึ่งในผลผลิตหอยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาดบริโภคในประเทศ และเป็นหอยที่นิยมบริโภคโดยทั่วไป พบเลี้ยงกันมากในอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในปัจจุบันพื้นที่การเลี้ยงหอยได้ขยายพื้นที่มากขึ้น รวมทั้งปัญหาน้ำเสียที่ระบายจากกิจกรรมต่างๆ ทำให้คุณภาพน้ำในอ่าวบ้านดอนเสื่อมโทรมลง อาจส่งผลให้ผลผลิตของหอยนางรมลดลง ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อศึกษาดัชนีความสมบูรณ์ของหอยตะโกรมกรามขาวและปัจจัยสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการศึกษาบริเวณฟาร์มเลี้ยงหอยนางรม ในอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558 เพื่อศึกษาค่าดัชนีความสมบูรณ์ของหอยตะโกรมกรามขาว และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่สัมพันธ์กับค่าดัชนีความสมบูรณ์โดยเก็บตัวอย่างทุกสองเดือน ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยดัชนีความสมบูรณ์ของหอยนางรมในรอบปีมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยในเดือนเมษายน พ.ศ. 2558 มีค่ามากที่สุด เฉลี่ยเท่ากับ 192.81?15.33 และในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 มีค่าน้อยที่สุด เฉลี่ยเท่ากับ 120.47?21.96 หอยตะโกรมมีค่าดัชนีความสมบูรณ์สูงในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 ซึ่งตรงกับช่วงที่หอยตะโกรมมีการพัฒนาเซลล์สืบพันธุ์อยู่ในระยะเจริญเติบโตเต็มที่เป็นส่วนใหญ่ และบางส่วนอยู่ในระยะเริ่มปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ และมีค่าต่ำสุดในช่วงเดือนธันวาคม ถึงเดือนมกราคมของปีถัดไป ส่วนในเดือนอื่นๆ คือเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน มีค่าดัชนีความสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำ แต่สามารถพบระยะพัฒนาของเซลล์สืบพันธุ์ส่วนใหญ่อยู่ในระยะเจริญเต็มที่ และระยะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์บางส่วนได้ ผลการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างค่าดัชนีความสมบูรณ์ของหอยตะโกรมกรามขาวกับปัจจัยสิ่งแวดล้อม พบว่าค่าดัชนีความสมบูรณ์ของหอยตะโกรมกรามขาวแสดงความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับปริมาณออร์โธฟอสเฟต ความเค็มและอุณหภูมิของน้ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01, p<0.05 และ p<0.05 ตามลำดับ) และแสดงความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับความลึกของน้ำ ปริมาณไนไตรทและคลอโรฟิลล์เออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปจัดการและพัฒนาการเลี้ยงหอยนางรมในอ่าวบ้านดอนและพื้นที่เลี้ยงหอยอื่นๆ ในเขตร้อน