การศึกษาการควบคุมของวิถีสัญญาณอินเตอร์เฟียรอนผ่านเซ็นเซอร์ของไวรัสดีเอ็นเอในเซลล์ภูมิคุ้มกันของหนูโรคลูปัสด้วยวิธีโปรตีโอมิกส์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคแพ้ภูมิตนเองเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อแอนติเจนของตัวเองผิดปกติและนำไปสู่การอักเสบในเนื้อเยื่อ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนส่งเสริมให้อาการของโรคเป็นมากขึ้น สารไซโตไคน์ที่ทำให้เกิดโรคเอสแอลอีและโรครูมาตอยด์ที่สำคัญคือ อินเตอร์เฟอร์รอนแอลฟ่า โรคเอสแอลอีเกิดจากภูมิต้านทานผิดปกติเรื้อรังซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างแอนติบอดี้ต่อต้ารเนื้อเยื่อตนเองและทำให้เกิดไตอักเสบ การส่งสัณญาณผ่านเซ็นเซอร์กรดนิวคลีสามารถกระตุ้นการผลิตอินเตอร์เฟอร์รอนแอลฟ่าจากเดนไดรติกเซลล์ และส่งเสริมความรุนแรงของโรคเอสแอลอี Stimulator of interferon genes (Sting) เป็นตัวรับดีเอ็นเอและส่งสัญญาณต่อเพื่อให้เกิดการสร้างอินเตอร์เฟอร์รอนแอลฟ่า ความผิดปกติของ Stingสามารถก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดอักเสบในเด็กซึ่งมีอาการคล้ายโรคเอสแอลอี อย่างไรก็ตามการศึกษาการทำงานของ Sting ในสัตว์ทดลองของโรคแพ้ภูมิตนเองยังมีความขัดแย้งกันอยู่ เพื่อที่จะค้นหาว่า Sting มีส่วนร่วมในการเกิดโรคลูปัส, หนูลูปัส Fcgr2b-deficient จะถูกทำการผสมพันธุ์กับหนู Sting-deficient และหนูที่ได้จากการผสมนี้จะถูกติดตามอาการของโรคลูปัส จากผลการศึกษานี้พบว่า หนูลูปัส Fcgr2b-deficient สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น มีการสร้างแอนติบอดี้ต่อเนื้อเยื่อตนเองลดลง และ เกิดไตอักเสบลดลง ความรู้จากการศึกษานี้เป็นหลักฐานยืนยันแนวคิดสำหรับการวางแผนที่จะยับยั้ง Sting ในการรักษาโรคแพ้ภูมิตนเองในอนาคต