การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับสมุนไพรช้างในจังหวัดสุรินทร์ สู่นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจพืชสมุนไพรและรวบรวมภูมิปัญญาสมุนไพรช้างในหมู่บ้าน ช้าง จังหวัดสุรินทร์ ศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดสมุนไพรช้างเบื้องตัน และ พาวิธีการมยกสารเทับริสุทธิ์และพิสูจน์โคระสรัาเจากพี่ชะมุนไพรข้างอย่างน้อย 1 ชนิด ผลการวิจัย จากการสำรวจพืชสมุนไพรช้างตามภูมิปัญญาท้องถิ่น พบว่ามีสมุนไพรหลายชนิดที่ใช้ ในการรักษาโรคช้างร่วมกับคชเวช สามารถแบ่งสมุนไพรข้างที่ใช้รักษาตามดำรับยาดังนี้ 1)แผลอักเสบที่ ผิวหนัง (ลุมพุกแดง ไมยราบ มะค่าแด้ แดง แครด หญ้าแห้วหมู และหญ้าเจ้าชู้) 2)โรคท้องผูก (กระเทียม) 3)โรคคอดีบ (ครั่ง และกลัวยสุก) 4)โรคท้องเสีย (ลุมพุกแดง หมากเค็ง กระโดน มะค่าแด้ แดง มะชามป้อม และเต็ง) 5)โรคเห็บ (เปลือกแปลง ใบขี้เหล็กป้า สะเดา หมากเค็ง ผลหนามแท่ง และสะมัด) 6)ช้าช้างดกมัน (ผลฟัก ต้นมะละกอ หรือผลมะละกอ) การตรวจสอบองค์ประกอบทางเดมีเบื้องต้นและการวิเคราะห์ความเป็นพิษต่อเซลล์ โดย Bกกe shrimp lethality assay (BSLA) ของสารสกัดสมุนไพรช้าง 11 ชนิด ที่ใช้ในดำรับยาแผลอักเสบที่ผิวหนัง และดำรับยาโรคท้องเสีย ซึ่งพืชสมุนไพรที่ใช้ในดำรับยาดังกล่าว ประกอบด้วย ต้นลุมพุกแดง (เปลือก,ใบ) ต้นลุบปีก (เปล็อก,ใบ) ดันเต็ง (เปลือก,ไบ) เครือเด็ง (เปลือก) มะค่าแด้ (เปลือก) ตันแดง (เปลือก) หญ้า แห้วหมู (เหง้า) หญ้าเจ้าชู้ (ส่วนเหนือดิน) ไมยราบ(ส่วนเหน็อดิน) แครด(ส่วนเหนือดิน) และกระโดน (เปลือก) ผลการทดสอบองค์ประกอบทางเคม็ของสารสกัดสมุนไพรแต่ละชนิดพบว่ามืองค์ประกอบทางเคม็ เบื้องตันแตกต่างกัน การทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์อาร์ที่เมีย (BSLA) พบว่าสารสกัดจากพืชสมุนไพรทุก ชนิดแสดงความเป็นพิษต่อเซลล์ เนื่องจากมีค่า LCg < 1000 ppm ซึ่งมีค่า LCg) อยู่ในช่วง 25.12 -1000 pom ยกเว้นสารสกัดจากต้นไมยราบที่ไม่แสดงความเป็นพิษอ๋อเซลล์ นอกจากนี้ยังทำการแยกและพิสูจน์โครงสร้างของสารบริสุทธิ์ที่แยกได้จากเปลือกตันลุมพุกแดง ซึ่ง หมอสมุนไพรช้างเชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่เป็นองค์ประกอบหลักในตำรับยา พบว่ามีสาร D-maกnito! และสาร ผสม B-sitosterol 3-0-B-D-glucopyranoside ua: stigmasterol 3-0-D-D-glucopyranoside 11 11 องค์ประกอบหลักในส่วนที่มีขั้วของสารสกัด และละสารผลม B-sitosterol และ stigmasterol จากส่วนที่ไม่มีขั้ว ซึ่งได้จากการแยกสารให้บริสุทธิ์ด้วยเทคนิคโครมาโทกราฟีและพิสูจน์โครงสร้างโดยใช้ข้อมูลทางด้านสเปก โทรสโกปี (NMR และ IR)