กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ในภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial ischemia) จะมีการหลั่งเอนไซม์ในกลุ่ม Protease ซึ่งมีความสำคัญในการย่อยสลายโปรตีนที่สำคัญของเซลล์ และเป็นสาเหตุทำให้เซลล์เกิดการบาดเจ็บและการตายในที่สุด นอกจากนี้มีการศึกษาพบว่า recombinant-Secretory leukocyte protease inhibitor (SLPI) ซึ่งสามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Protease ได้นั้นสามารถลดการบาดเจ็บและการตายของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษาถึงบทบาทและกลไกของการใช้ SLPI ในการป้องกันหรือลดการบาดเจ็บและการตายของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจขณะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการศึกษาผล และกลไกของ Secretory Leukocytes Protease Inhibitor (SLPI) ในการลดการตายของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจในภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจำลอง และศึกษาผลและกลไกของ Secretory Leukocytes Protease Inhibitor (SLPI) ในการลดปริมาตรของกล้ามเนื้อหัวใจที่ตายจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในสัตว์ทดลอง โดยการศึกษาในหลอดทดลองได้ศึกษาถึงผลของการเพิ่มการแสดงออกของ SLPI ในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจสายพันธุ์ H9c2 และ cardiac fibroblast และการได้รับ recombinant human SLPI (rhSLPI) ก่อนการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจำลองในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจสายพันธุ์ H9c2 และ cardiac fibroblast และเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจที่แยกได้จากหนูทดลอง ผลการทดลองพบว่าเซลล์ H9c2 และ cardiac fibroblast ที่มีการแสดงออกของโปรตีน SLPI ทั้งในอาหารเลี้ยงเซลล์ สามารถลดการบาดเจ็บและการตายของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจจากภาวะขาดเลือดจำลองได้โดยการป้องกันการเกิดการสร้างอนุมูลอิสระภายในเซลล์ และการลดการกระตุ้น p38 MAPK และเพิ่มการกระตุ้น Akt นอกจากนี้ การได้รับ recombinant human SLPI (rhSLPI) ความเข้มข้นมากกว่า 400 ng/ml ก่อนการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจำลอง สามารถลดการบาดเจ็บและการตายของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจสายพันธุ์ H9c2 และ cardiac fibroblast และเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจที่แยกได้จากหนูทดลองได้ โดยผ่านทางการลดการสร้างอนุมูลอิสระภายในเซลล์และการและการลดการกระตุ้น p38 MAPK และเพิ่มการกระตุ้น Akt แต่อย่างไรก็ตามผลการทดลองในสัตว์ทดลองที่ทำการแยกหัวใจทั้งอวัยวะพบกว่า recombinant human SLPI (rhSLPI) ความเข้มข้น 400 ng/ml สามารถลดพื้นที่การตายของกล้ามเนื้อหัวใจจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งการศึกษาต่อไปควรเพิ่มความเข้มข้นของ rhSLPI ซึ่งคาดว่าน่าจะให้ผลป้องกันการตายของกล้ามเนื้อหัวใจได้