Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2555

ผลของยาโรซิกลิทาโซนต่อการทำงานของไมโทคอนเดรียในหัวใจและกลไกการป้องกันในหัวใจที่เกิดภาวะขาดเลือดแล้วมีเลือดกลับมาหล่อเลี้ยง

นิพนธ์ ฉัตรทิพากร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ภายใต้ข้อถกเถียงเรื่องผลขอยาโรซิกลิทาโซนต่อหัวใจยังไม่มีรายงานการศึกษาถึงผลของยานี้ต่อการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้าในหัวใจและกลไกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นในขณะหัวใจที่เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแล้วกลับมามีเลือดหล่อเลี้ยง จึงทำให้เป็นที่มาของการศึกษานี้โดยมีวัตถุประสงค์แรกเพื่อศึกษาถึงผลของยาโรซิกลิทาโซนต่อการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้าในหัวใจที่เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแล้วกลับมามีเลือดหล่อเลี้ยงในการศึกษาหนู Wistar rat จำนวน 26 ตัว ได้รับยา rosiglitazone หรือ saline solution จากนั้นถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือกเป็นเวลา 30 นาที และทำให้เลือดกลับมาหล่อเลี้ยงหัวใจอีกครั้งเป็นเวลา 120 นาที โดยการศึกษานี้ทำการศึกษาถึงผลของยาโรซิกลิทาโซนต่อปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจที่ตาย นอกจากนี้ยังศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับการแสดงออกของ Bcl-2, Bax, Connexin43, Caspase3, Caspase8, Cytochrome C และ Akt และศึกษาถึงผลของยานี้ต่อการทำงานของไมโทคอนเดรียและการเปลี่ยนแปลงของระดับแคลเซียมในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งพบว่ายาโรซิกลิทาโซนทำให้ปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจที่ตายลดลง การฟอสโฟรีเลชันของ Connexin43 ที่ตำแหน่ง serine 368 ลดลง และเพิ่มระดับการแสดงออกของ Caspase3 มากขึ้น โดยที่ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับการแสดงออกของอัตราส่วนของ Bax/Bcl-2, Cytochrome C, Akt และการทำงานของไมโทคอนเดรีย ยาโรซิกลิทาโซนยังทำให้ระดับของแคลเซียมในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจเพิ่มสูงขึ้น โดยสรุป ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการศึกษานี้สามารถสรุปได้ว่ายาโรซิกลิทาโซนไม่ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจแต่เหนี่ยวนำให้เกิดภาวะ ventricular fibrillation และลดปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจตาย โดยที่กลไกการเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะ ventricular fibrillation เกิดจากทำให้การแสดงออกของ Connexin43 ลดลงและทำให้ระดับของแคลเซียมภายในเซลล์สูงขึ้น ส่วนกลไกที่ลดปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจตายนั้นผ่านทาง extrinsic apoptotic pathway

คำสำคัญ

mitochondriaAcute Myocardial Ischemiaischemic-reperfusionPPAR

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ผลของเมลาโทนินต่อการทำงานของหัวใจและการเปลี่ยนแปลงในสมอง ขณะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแล้วมีเลือดกลับมาหล่อเลี้ยงใหม่ในหนูขาวที่มีและไม่มีภาวะอ้วนร่วมกับการดื้อต่ออินซูลิน

นิพนธ์ ฉัตรทิพากร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2564

กลไกการออกฤทธิ์ของสารไพเพอรีนและอนุพันธ์ในการลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคระบบหัวใจร่วมหลอดเลือด

กรองกาญจน์ ชูทิพย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2555

กลไกการออกฤทธิ์ของสารไพเพอรีนและอนุพันธ์ในการลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคระบบหัวใจร่วมหลอดเลือด

กรองกาญจน์ ชูทิพย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2554

โครงการ: สรีรวิทยาทางไฟฟ้าและพยาธิสรีรวิทยาของหัวใจ

นิพนธ์ ฉัตรทิพากร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

คลื่นไฟฟ้าในภาวะโรคหัวใจ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2555

กลไกการออกฤทธิ์ของสารไพเพอรีนและอนุพันธ์และอนุพันธ์ในการลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคระบบหัวใจร่วมหลอดเลือด

กรองกาญจน์ ชูทิพย์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2555

ผลของสาร piperine ต่อการทำงานของหัวใจที่ถูกชักนำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด

วชิราวดี มาลากุล มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2556

เคอร์คูมินป้องกันแอลเนมชักนำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของหัวใจในหนูแรท

ปาริฉัตร ประจะเนย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2562

พยาธิสรีรวิทยาของภาวะหัวใจขาดเลือด

นิพนธ์ ฉัตรทิพากร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความร่วมมือในการรับประทานยาต้านเกล็ดเลือดในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูงหลังได้รับการขยายหลอดเลือดหัวใจ

ศรินรัตน์ ศรีประสงค์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2562