กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ภายใต้ข้อถกเถียงเรื่องผลขอยาโรซิกลิทาโซนต่อหัวใจยังไม่มีรายงานการศึกษาถึงผลของยานี้ต่อการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้าในหัวใจและกลไกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นในขณะหัวใจที่เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแล้วกลับมามีเลือดหล่อเลี้ยง จึงทำให้เป็นที่มาของการศึกษานี้โดยมีวัตถุประสงค์แรกเพื่อศึกษาถึงผลของยาโรซิกลิทาโซนต่อการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้าในหัวใจที่เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแล้วกลับมามีเลือดหล่อเลี้ยงในการศึกษาหนู Wistar rat จำนวน 26 ตัว ได้รับยา rosiglitazone หรือ saline solution จากนั้นถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือกเป็นเวลา 30 นาที และทำให้เลือดกลับมาหล่อเลี้ยงหัวใจอีกครั้งเป็นเวลา 120 นาที โดยการศึกษานี้ทำการศึกษาถึงผลของยาโรซิกลิทาโซนต่อปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจที่ตาย นอกจากนี้ยังศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับการแสดงออกของ Bcl-2, Bax, Connexin43, Caspase3, Caspase8, Cytochrome C และ Akt และศึกษาถึงผลของยานี้ต่อการทำงานของไมโทคอนเดรียและการเปลี่ยนแปลงของระดับแคลเซียมในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งพบว่ายาโรซิกลิทาโซนทำให้ปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจที่ตายลดลง การฟอสโฟรีเลชันของ Connexin43 ที่ตำแหน่ง serine 368 ลดลง และเพิ่มระดับการแสดงออกของ Caspase3 มากขึ้น โดยที่ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับการแสดงออกของอัตราส่วนของ Bax/Bcl-2, Cytochrome C, Akt และการทำงานของไมโทคอนเดรีย ยาโรซิกลิทาโซนยังทำให้ระดับของแคลเซียมในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจเพิ่มสูงขึ้น โดยสรุป ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการศึกษานี้สามารถสรุปได้ว่ายาโรซิกลิทาโซนไม่ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจแต่เหนี่ยวนำให้เกิดภาวะ ventricular fibrillation และลดปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจตาย โดยที่กลไกการเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะ ventricular fibrillation เกิดจากทำให้การแสดงออกของ Connexin43 ลดลงและทำให้ระดับของแคลเซียมภายในเซลล์สูงขึ้น ส่วนกลไกที่ลดปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจตายนั้นผ่านทาง extrinsic apoptotic pathway