ความหลากหลายทางพันธุกรรม การคัดเลือก และการจำแนกสายพันธุ์ของเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคในแมลง Metarhizium sp. จากพื้นที่การเกษตรในประเทศไทยและการทดสอบประสิทธิภาพของเชื้อที่มีต่อการกำจัดปลวก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ จุดประสงค์ของการศึกษาในครั้งนี้เพื่อคัดแยก และบ่งชี้สปีชีส์ และสายพันธุ์ด้วยลักษณะทางสัณฐานวิทยา และเทคนิคทางโมเลกุล รวมทั้งศึกษาความหลากหลาย และหาความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของเชื้อราในสกุล Metarhizum ที่คัดแยกได้จากแมลง และดินจากแหล่งต่างๆ ในประเทศไทยจำนวนทั้งหมด 32 ตัวอย่าง และหนึ่งตัวอย่างที่คัดแยกได้จากดินในประเทศฟิลิปปินส์ โดยการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาสามารถจัดแบ่งรูปแบบลักษณะของโคโลนีได้ 5 กลุ่ม และเมื่อหาอัตราส่วนความยาวต่อความกว้างของขนาดโคนิเดียสามารถจัดกลุ่มได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีอัตราส่วนความยาวต่อความกว้างน้อย (? 2.18) ปานกลาง (2.33-2.87) และมาก (? 2.91) และการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมในตำแหน่ง ITS1-5.8S-ITS2 โดยเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอด้วยคู่ไพร์เมอร์ ITS 1 และ ITS 4 พบว่าทุกตัวอย่างมีขนาด PCR product ประมาณ 550 คู่เบส เมื่อนำข้อมูลลำดับนิวคลีโอไทด์ของตัวอย่างทั้งหมด 28 ตัวอย่างมาวิเคราะห์เปรียบเทียบโดยใช้โปรแกรม ClustalX กับลำดับนิวคลีโอไทด์ของเชื้อราสกุล Metarhizium ในสปีชีส์อื่นจำนวน 19 ตัวอย่างจากฐานข้อมูล GenBank และ Beauveria bassiana จำนวน 2 ตัวอย่างที่ใช้เป็น outgroup เพื่อหา phylogenetic tree โดยวิธี Neighbor-joining ในโปรแกรม Phylip ผลจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าลำดับนิวคลีโอไทด์ของ M. anisopliae, M. album, M. anisopliae var. acridum และ M. flavoviride แตกต่างกันอย่างชัดเจน และสามารถแบ่งตัวอย่างออกเป็น 4 กลุ่ม (กลุ่ม B, C, E และ F) แต่อย่างไรก็ตามไม่สามารถแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง M. anisopliae var. anisopliae และ M. anisopliae var. majusได้อย่างชัดเจน ซึ่งตัวอย่างส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับ M. anisopliae var. anisopliae และแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของ M. anisopliae อย่างไรก็ตามตัวอย่างที่ได้จากประเทศไทยส่วนใหญ่แตกต่างจากประเทศอื่น และจากเทคนิค PCR-RFLP ที่ตัดด้วยเอนไซม์ Vsp I สามารถแยกเชื้อราในกลุ่ม B และ C จากกลุ่ม E และ F ได้ และมีเพียง M. anisopliae บางไอโซเลตที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมปลวกโดยตัวปลวกจะปกคลุมด้วย M. anisopliae ภายหลังการได้รับเชื้อประมาณ 1 สัปดาห์ ที่ระดับความเข้มข้นของโคนิเดีย 108 conidia/ml. โดยปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุม คือ ความชื้น