ความหลากหลายทางพันธุกรรมและนิเวศวิทยาของแมลงริ้นดำพาหะของเชื้อ Leucocytozoon ในไก่พื้นเมืองในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหลากหลาย โครงสร้างทางพันธุกรรม และนิเวศวิทยาของแมลงริ้นดำพาหะของเชื้อ Leucocytozoon ในประเทศไทย ได่แก่ Simulium chumpornense Takaoka and Kuvangkadilok และ S. asakoae Takaoka and Davies การศึกษาในแมลงริ้นดำ S. chumpornense จำนวน 142 ตัวอย่าง จาก 19 ประชากรในประเทศไทยโดยใช้ลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน cytochrome c oxidase I (COI) พบว่ามีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูง โดยมีค่าความแปรผันทางพันธุกรรมภายในสปีชีส์ 3.76% จากการวิเคราะห์โดยใช้ Kimura 2-parameter การวิเคราะห์สายสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการภายในสปีชีส์ด้วยวิธี median joining network พบว่าตัวอย่างของ S. chumpornense แบ่งออกเป็น 2 สายวิวัฒนาการ (A และ B) ที่มีความสัมพันธ์กับตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ สายวิวัฒนาการ A มาจากพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่สายวิวัฒนาการ B มาจากหลายพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ รวมถึงจากน้ำตกกะเปาะ จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นสถานที่ที่รายงานการพบ S. chumpornense ครั้งแรก การวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ประชากรพบว่าแมลงริ้นดำ S. chumpornense เกิดการขยายขนาดประชากรอย่างรวดเร็วเมื่อประมาณ 12,000 – 15,000 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำฝนหลังสิ้นสุดยุคน้ำแข็ง ส่งผลให้แหล่งน้ำไหลที่เป็นแหล่งอาศัยของระยะตัวอ่อนแมลงริ้นดำเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามแม้ว่าประชาการของ S. chumpornense จะมีประวัติศาสตร์จากการขยายขนาดประชากรอย่างรวดเร็วในช่วงระยะเวลาไม่นานที่ผ่านมา แต่การวิเคราะห์โครงสร้างทางพันธุกรรมพบว่าประชากรส่วนใหญ่มีความแตกต่างทางพันธุกรรม ทั้งนี้อาจเป็นผลจากการแบ่งแยกของประชากรในอดีต การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของแมลงริ้นดำ S. asakoae พบว่ามีค่าความแปรผันทางพันธุกรรมภายในสปีชีส์สูงมาก (9.46%) บ่งชี้ว่ามีความหลากหลายซ่อนเร้นภายในกลุ่มตัวอย่างนี้ ซึ่งจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติม การศึกษาปัจจัยทางนิเวศวิทยาของระยะตัวอ่อนพบว่าแมลงริ้นดำ S. chumpornense พบที่ระดับความสูง 278 – 389 เมตร จากระดับน้ำทะเล ขนาดลำธารมีความกว้างระหว่าง 3 – 4 เมตร ความลึกระหว่าง 0.01 – 0.11 เมตร ความเร็วของกระแสน้ำระหว่าง 0.77 – 0.99 เมตร/วินาที ค่าการนำไฟฟ้าของน้ำระหว่าง 304 – 512 ?S/cm2 ขณะที่แมลงริ้นดำ S. asakoae พบที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 703 - 1,123 เมตร ในแหล่งน้ำไหลที่มีความลึก 0.015 - 0.137เมตร กว้าง 1 – 2.5 เมตร ความเร็วของกระแสน้ำ 0.12 - 0.17 เมตร/วินาที ค่าการนำไฟฟ้า 3 – 109 ?S/cm2