การศึกษาพัฒนาการทางวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ถึงสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้น : กรณีหมู่เกาะ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัย เรื่อง “การศึกษาพัฒนาการทางวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ถึงสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้น : กรณีหมู่เกาะ” นี้ ได้ปรากฏขึ้นเนื่องจากได้ตระหนักว่า บริเวณหมู่เกาะของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ปรากฏหลักฐานที่กระจัดกระจายอยู่ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความรุ่งโรจน์ของวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่มีพัฒนาการมาด้วยระยะ เวลาที่ยาวนาน สลับซับซ้อน ผสมผสาน และหลายหลากมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง แต่ยังไม่ปรากฏการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาในลักษณะของภาพรวมแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่หลักฐานเหล่านั้นได้ถูกรบกวนและทำลายจากสภาพการณ์ต่าง ๆ มาอย่างยาวนาน และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นโดยลำดับ จึงดำเนินการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนา-การทางวัฒนธรรมของบริเวณหมู่เกาะของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคาดหวังว่าผลการศึกษาวิจัยนี้จะเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวมได้ การศึกษาวิจัยนี้ได้อาศัยวิธีวิจัยทางประวัติศาสตร์ (Historical Research) และวิธีวิจัยสนาม (Field Research) โดยอาศัยหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องกันกับวัฒนธรรมทุกประเภทที่ค้นพบทั้งหมดในบริเวณหมู่เกาะของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบริเวณใกล้เคียงที่เกี่ยวข้องเป็นกลุ่มตัวอย่าง ในการรวบรวมข้อมูลได้ใช้วิธีการสำรวจทางโบราณคดี (Archaeological Survey) และการเก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารทางประวัติศาสตร์ ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลได้ใช้วิธีการจำแนกหลักฐานที่ค้นพบออกเป็นประเภทต่าง ๆ และจำแนกอายุของหลักฐานเหล่านั้น สำหรับการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลได้ใช้วิธีการเสนอด้วยวิธีการพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis) ผลของการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมของพัฒนาการทางวัฒน-ธรรมของบริเวณหมู่เกาะของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นครั้งแรก ในฐานะของการศึกษา วิจัยชิ้นบุกเบิกชิ้นหนึ่ง โดยสามารถที่จะจัดลำดับช่วงเวลาแห่งพัฒนาการทางวัฒนธรรมของบริเวณหมู่เกาะของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็น 3 ช่วงหรือ 3 สมัย คือ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยกึ่งประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ โดยแต่ละสมัยสามารถที่จะจัดแบ่งออกเป็นยุคหรือสมัยย่อยตามวัฒนธรรมที่ปรากฏอีกหลายยุค และแต่ละสมัยสามารถที่จะกำหนดอายุได้อย่างคร่าว ๆ ดังนี้ 1. สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ระยะเวลาประมาณ 1,100,000 – 2,050 ปีมาแล้ว 1.1 ยุคหินเก่า ระยะเวลาประมาณ 1,100,000 – 12,000 ปีมาแล้ว 1.2 ยุคหินกลาง ระยะเวลาประมาณ 12,000 – 5,000 ปีมาแล้ว 1.3 ยุคหินใหม่ ระยะเวลาประมาณ 5,000 – 4,000 ปีมาแล้ว 1.4 ยุคสำริด ระยะเวลาประมาณ 4,000 – 2,450 ปีมาแล้ว 1.5 ยุคเหล็ก ระยะเวลาประมาณ 2,450 – 2,050 ปีมาแล้ว หรือระหว่างราวปี พ.ศ. 43-443 หรือระหว่างราวกลางพุทธศตวรรษที่ 1 ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 5 2. สมัยกึ่งประวัติศาสตร์ ระยะเวลาประมาณ 2,050 – 1,493 ปีมาแล้ว หรือระหว่างราวปี พ.ศ. 443-1000 หรือระหว่างราวกลางพุทธศตวรรษที่ 5 ถึงพุทธศตวรรษที่ 10 3. สมัยประวัติศาสตร์ ระยะเวลาประมาณปี พ.ศ. 1001-ปัจจุบัน หรือระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 11- ปัจจุบัน 3.1 ยุครัฐรุ่นต้น ระยะเวลาประมาณปี พ.ศ. 1001-1600 หรือระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 11-16 3.2 ยุครัฐโบราณ ระยะเวลาประมาณปี พ.ศ. 1601-2000 หรือระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 17-20 3.3 ยุครัฐอาณานิคม ระยะเวลาประมาณปี พ.ศ. 2001-2500 หรือระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 21-25 3.4 ยุครัฐสมัยใหม่ ระยะเวลาประมาณปี พ.ศ. 2501-ปัจจุบัน หรือระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 26 ในส่วนของความต่อเนื่องของพัฒนาการทางวัฒนธรรมนั้น การศึกษาวิจัยนี้ได้ชี้ให้เห็นว่า บริเวณหมู่เกาะของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นดินแดนแห่งหนึ่งที่มีพัฒนาการทางวัฒน-ธรรมต่อเนื่องกันมาตามลำดับโดยไม่ขาดสายตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เป็นต้นมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ อีกทั้งยังมีการค้นพบว่าในช่วงเริ่มต้นของสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้มีสายพันธุ์ของมนุษย์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง คือ มนุษย์ผู้ยืนตัวตรง (Homo Erectus) กลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณเกาะชวาของประเทศอินโดนีเซียในช่วงระยะเวลาประมาณ 1,100,000 ปีมาแล้ว โดยตลอดช่วงระยะเวลาแห่งพัฒนาการทางวัฒนธรรมในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้ปรากฏเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและนวัตกรรมทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องกันมาทุกยุค อย่างกรณีของการพัฒนาขึ้นมาของวัฒนธรรมตัวเลียนในยุคหินกลาง, การพัฒนาขึ้นมาของวัฒนธรรมการเพาะปลูกข้าวเจ้าในยุคหินใหม่ และการพัฒนาขึ้นมาของนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกันกับวัฒนธรรมการใช้โลหะในยุคสำริดและยุคเหล็ก เป็นต้น สำหรับการติดต่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรและวัฒนธรรมระหว่างกันนั้น เริ่มปรากฏให้เห็นได้ตั้งแต่ยุคหินใหม่เป็นต้นมา โดยได้มีการแผ่ขยายออกไปตามลำดับในระยะหลังลงมา จนกระทั่งในช่วงปลายของสมัยก่อนประวัติศาสตร์ คือ ในยุคเหล็กได้เข้าไปรวมอยู่ในระบบเครือข่ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกโบราณระบบหนึ่ง คือ ระบบเครือข่ายการค้านานาชาติทางทะเลที่เชื่อมอยู่ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับภูมิภาคเอเชียตะวันออก ระบบนี้ได้ส่งผลให้การค้าและการพัฒนาทางวัฒนธรรมสาขาอื่น ๆ ของดินแดนแห่งนี้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นโดยลำดับ โดยเฉพาะในสมัยกึ่งประวัติศาสตร์ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญทางวัฒนธรรมก้าวหนึ่งที่จะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาไปสู่การพัฒนาขึ้นของวัฒนธรรมสมัยประวัติศาสตร์ในระยะต่อมา ในสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้น ยุครัฐรุ่นต้น ได้มีรัฐที่สำคัญ จำนวน 5 รัฐ พัฒนาขึ้นในบริเวณหมู่เกาะของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ รัฐบอร์เนียวตะวันออก มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำมาหากามในภาคตะวันออกของเกาะบอร์เนียว และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 11-16, รัฐบอร์เนียวตะวันตก มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำสามบาสและลุ่มแม่น้ำกาปูอาสในภาคตะวันตกของเกาะบอร์เนียว และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 11-16, รัฐสุลาเวสีตอนกลาง มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำการามาในภาคกลางของเกาะสุลาเวสี และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 11-16, รัฐสุมาตราตอนใต้ มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุมาตรา และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 11-13 และรัฐตารุมา มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณอ่าวยาการ์ตาทางด้านทิศตะวัน-ตกเฉียงเหนือของเกาะชวา และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 11-13 ครั้นในยุครัฐโบราณ ได้มีรัฐที่สำคัญ จำนวน 10 รัฐ พัฒนาขึ้นในดินแดนแห่งนี้ คือ รัฐศรีวิชัย อาจจะเป็นไปได้ที่จะมีศูนย์กลางหลายแห่ง โดยศูนย์กลางแห่งหนึ่งอาจจะตั้งอยู่ในบริเวณภาคตะวันออกของเกาะสุมาตรา และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 13-18, รัฐชวาภาคกลาง มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณภาคกลางของเกาะชวา และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 13 ถึงปี พ.ศ. 1471, รัฐชวาภาคตะวันออก มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำบรันตัสในภาคตะวันออกของเกาะชวา และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวปี พ.ศ. 1471-1837, รัฐมัชปาหิต มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณภาคตะวันออกของเกาะชวา และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวปี พ.ศ. 1837-2070, รัฐบาหลี มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณภาคกลางของเกาะบาหลี และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 16-19, รัฐบูตวน มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะมินดาเนา และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 16-21, รัฐมนิลา มีศูนย์กลางตั้ง อยู่ในบริเวณทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะลูซอน และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธ-ศตวรรษที่ 16-21, รัฐเซบู มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณภาคกลางของเกาะเซบู และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 16-21, รัฐดูมาเกวต มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเนกรอส และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 16-19 และรัฐตาน-เจย์ มีศูนย์กลางตั้งอยู่ในบริเวณทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเนกรอส และมีความรุ่งโรจน์อยู่ในระหว่างราวพุทธศตวรรษที่ 16-21 รัฐเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นพื้นฐานที่สำคัญในทางวัฒนธรรมที่ได้ก่อให้เกิดการสืบสายลงมาของพัฒนาการทางวัฒนธรรมของรัฐในระยะหลังลงมาของบริเวณหมู่เกาะของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ควรจะมีการเร่งรัดการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพัฒนาการทางวัฒนธรรมของบริเวณหมู่เกาะของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกหลายประเด็น ในขณะเดียวกันควรจะมีการเร่งรัดในการอนุรักษ์แหล่งโบราณคดี ชุมชนโบราณ โบราณ-สถาน และโบราณวัตถุที่ปรากฏอยู่ในดินแดนแห่งนี้ตามหลักวิชาอย่างจริงจังด้วย