ดอนปู่ตา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อ ๑) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับดอนปู่ตา ๒) เพื่อวิเคราะห์เงื่อนไขภาวะวิกฤติ และปัจจัยคุกคามของดอนปู่ตา ๓) เพื่อนำเสนอข้อมูลให้ดอนปู่ตาเป็นมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ/มนุษยชาติ สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรรมของชาติใน สาขาธรรมชาติและจักรวาล ดำเนินงานเก็บข้อมูลโดยใช้ระบบการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เกี่ยวข้อง ทำการ พัฒนาศักยภาพของผู้แทนในชุมชนเพื่อมาเป็นนักวิจัยร่วมดำเนินการ ผลจากการดำเนินพบว่า ๑) ดอนปูตาเป็นวัฒนธรรมที่มีมานานกว่า ๑,๐๐๐ ปี รากของวัฒนธรรมนี้มาจากการนับถือผี ซึ่งเป็น รากที่สำคัญของคนเอเชีย ไม่ใช่เป็นวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ใด แต่เป็นวัฒนธรรมร่วม ดอนปู่ตาจัดเป็นป้า วัฒนธรรมประเภทหนึ่ง โครงสร้างของดอนปู่ตาประกอบด้วยพื้นที่ป้า และหอปู่ตา/หอย่า การดูแลรักษาดอนปู่ ตาอยู่ภายใต้ผู้รู้ที่เรียกว่า "เฒ่าจ้ำ" ซึ่งคอยดูแลรักษาพื้นที่ดอนปู่ตา โดยปกติจะเข้าไปดูแลทุกวันพุธของแต่ละ สัปดาห์ และทำหน้าที่เป็นล่ามสื่อสารระหว่าผีปู่ตาและคนในชมชน เฒ่าจำมาจากการคัดเลือกหรือการเสี่ยง ทาย วิธีการเสี่ยงทายขึ้นอยู่กับฐานวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน การอยู่ในตำแหน่งของเฒ่าจ้ำไม่มีวาระ เฒ่าจ้าจ้ำ แต่ละคนจะปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เช่น เจ็บป่วย เป็นต้น ดอนปูตามีหน้าที่ทั้ง ทางด้านสังคมและวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ในเชิงสังสังคมดอนปูตาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่สิงสถิตของวิญญาณ บรรพบุรุษที่เป็นเจ้าของสถานที่ตั้งของหมู่บ้าน ผู้คนในชุมชนให้ความนับถือ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ มีความเชื่อ และความศรัทธาว่าฝีปตาสามารถคุ้มครองให้ชีวิตมีความปลอดภัย ดังนั้นเมื่อต้องการออกนอกสถานที่หรือมี ภารกิจที่ต่างออกไปจากวิถีในชีวิตประจำวันต้องไปบอกกล่าวกับผีปู่ตาให้ตามไปคุ้มครองเสมอ พิธีกรรมการ เลี้ยงผีปูตาเป็นประเพณีประจำปี ส่วนใหญ่มีการเลี้ยงในวันพุธใด พุธหนึ่งของเดือน ๖ โดยวันพุธนั้นต้องไม่ตรง กับวันพระ ซึ่งแต่ละหมู่บ้านมีกฎที่สำคัญคือ ถ้ายังไม่ได้ประกอบพิธีเลี้ยงผีปูตาประจำปีจะลงทำนาไม่ได้ ส่วน หน้าที่ดอนปู่ตาด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติคือ ทำหน้าเป็นพื้นที่อนุรักษ์ เนื่องจากมีกฎของหมู่บ้าน "ห้ามเก็บ หา ล่าสัตว์" ในบริเวณตอนปูตา จึงเป็นที่อยู่ที่ปลอดภัยของทั้งพืชและสัตว์ จึงเป็นแหล่งสะสมเชื้อพันธุ์ และ เมื่อมากขึ้นจนพื้นที่รองรับไม่ได้ พืชและสัตว์เหล่านี้ก็จะแพร่กระจายออกไปบริเวณอื่นๆ ให้คนในชุมชนได้ นำไปใช้ประโยชน์ ดอนปูตาจึงเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมที่ดีของชุมชน ๒) จากการวิเคราะห์เงื่อนไขภาวะ วิกฤติ และปัจจัยคุกคามของดอนปู่ตาพบว่า แรงกดดันทางเศรษฐกิจ สังคมและนโยบายภาครัฐ ส่งผลกระทบ กับดอนปู่ตามีหลายประการ เช่น แผนการพัฒนาประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ทำให้คนละ ทิ้งถิ่น ภูมิปัญญาดอนปู่ตาจึงขาดความต่อเนื่อง ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องขนาดของพื้นที่และ พิธีกรรม และผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยคนในชุมชนไม่ได้ตระหนักในเรื่องความหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นแหล่ง พึ่งพิงของชุมชนเกิดการเปลี่ยนแปลงไป ทำให้วิถีชีวิตและความสุขของชุมชนดดถอยลงไปด้วย ในปัจจุบันหน้า ของดอนปู่ตากับวิถีชีวิตของชุมชนจึงเหลือเพียงหน้าที่ทางสังคมเท่านั้น ส่วนหน้าที่ทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ได้สึกกร่อนไปจนเกือบหมด ดังนั้นการฟื้นฟูภูมิปัญญาดอนปู่ตาจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับชุมชน และ ๓) ข้อมูลจากการดำเนินงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการจัดทำคลังข้อมูลมรดกภูมิญญา และ นำเสนอให้ดอนปู่ตาเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ/มนุษยชาติ สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิ ปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติในสาชาธรรมชาติและจักรวาล ซึ่งจำเป็นในการสงวนรักษาไว้