การยืดอายุการเก็บรักษาและอายุการวางจำหน่ายของพริกขี้หนูพันธุ์หัวเรือศก.13 ด้วยการจุ่มน้ำร้อนร่วมกับชนิดบรรจุภัณฑ์และสารเคลือบผิว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
พริกขี้หนูเป็นพืชผักที่มีความส าคัญในประเทศไทย มีการส่งออกพริกทั้งในรูปผลสดและ พริกแปรรูปต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งพริกมีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการ อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเก็บเกี่ยว ผลพริกขี้หนูมีการสูญเสียน้ าหนัก เกิดโรคโดย เชื้อจุลินทรีย์ ท าให้ผลพริกขี้หนูมีอายุการเก็บรักษาและอายุการวางจ าหน่ายสั้น ดังนั้น งานวิจัยนี้จึง ได้ผสมผสานเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวทางด้านการจุ่มน้ าร้อน การบรรจุในภาชนะภายใต้สภาพ บรรยากาศดัดแปลง (ชนิดบรรจุภัณฑ์) และการเคลือบผิว เพื่อยืดอายุการวางจ าหน่ายของพริกขี้หนู พันธุ์ซุปเปอร์ฮอทอินทรีย์โดยน าผลพริกขี้หนูพันธุ์ซุปเปอร์ฮอท ที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ระยะผลสุก มาศึกษา โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 3 การทดลอง คือ การทดลองที่ 1) น าผลพริกจุ่มน้ าร้อน อุณหภูมิ45 50 และ 55 องศาเซลเซียส นาน 4 นาที เปรียบเทียบกับการจุ่มในน้ ากลั่น อุณหภูมิห้อง (ชุดควบคุม) และบรรจุในถุงพลาสติกชนิดโพลีเอทธิลีน (Polyethylene; PE) และถุงพลาสติกโพลี เอทธิลีนผสมสารเติมแต่งบางชนิด (ถุง Active) และน าไปเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 8?2 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 80?2 เปอร์เซ็นต์ พบว่าพริกขี้หนูที่ผ่านการจุ่มน้ าร้อนอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 4 นาทีร่วมกับการบรรจุในถุง Active สามารถลดเปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ าหนักสด และ ลดเปอร์เซ็นต์การเสียหายของผลพริก แต่ไม่สามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนานกว่าชุดควบคุม การทดลองที่ 2) น าผลพริกจุ่มน้ าร้อนอุณหภูมิ50 องศาเซลเซียส นาน 4 นาที บรรจุในถุง Active แล้วเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 8?2 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 80?2 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 4 8 12 และ 16 วัน แล้วย้ายออกมาเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 13?2 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 75?2 เปอร์เซ็นต์ พบว่าผลพริกที่ผ่านการจุ่มน้ าร้อนอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 4 นาทีร่วมกับ การบรรจุในถุง Active เก็บรักษาที่อุณหภูมิการเก็บรักษาเป็นเวลา 12 วัน เป็นระยะเวลา การเก็บรักษาที่เหมาะสมที่สุดในการยืดอายุการวางจ าหน่ายของผลพริกเป็น 4 วัน มากกว่าชุด ควบคุม และการทดลองที่ 3) น าผลพริกจุ่มน้ าร้อนอุณหภูมิ50 องศาเซลเซียส นาน 4 นาที แล้ว เคลือบด้วยสารเคลือบผิวคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลสและสารไคโตซานความเข้มข้น 0.25 0.5 1 เปอร์เซ็นต์ และเปรียบเทียบกับชุดที่ไม่ผ่านการจุ่มน้ าร้อน และไม่เคลือบผิว บรรจุในถุง Active แล้วน าผลพริกไป เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 8?2 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 80?2 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 12 วัน แล้วย้ายออกมาเก็บรักษาที่อุณหภูมิการวางจ าหน่าย 13?2 องศาเซลเซียส พบว่า ผลพริกที่ผ่านการจุ่มน้ าร้อนอุณหภูมิ50 องศาเซลเซียส นาน 4 นาที ร่วมกับการเคลือบผิวด้วย สารไคโตซานความเข้มข้น 0.5 เปอร์เซ็นต์ และบรรจุในถุง Active เป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุด ที่สามารถลดเปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ าหนักสด ลดการเสียหายของผลผลิต ลดการสูญเสียปริมาณ วิตามินซี และลดการสูญเสียปริมาณสารฟีนอลิกทั้งหมด ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มกิจกรรมของ เอนไซม์ซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส คะตะเลสและเอนไซม์ฟีนิลอะลานีล แอมโมเนียไลเอส และมี อายุการวางจ าหน่ายยาวนานที่สุด คือ 5 วัน ในขณะที่ชุดควบคุมมีการเสื่อมสภาพก่อนที่จะ ย้ายออกมาวางที่อุณหภูมิการวางจ าหน่าย ดังนั้น จากงานวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าการผสมผสานระหว่างการจุ่มน้ าร้อน เคลือบผิวด้วยไคโตซาน และบรรจุในถุง Active เป็นวิธีการที่ง่ายและปลอดภัย สามารถรักษาคุณภาพและ ยืดอายุการวางจ าหน่ายผลพริกขี้หนูพันธุ์ซุปเปอร์ฮอทอินทรีย์ในระยะผลสุกได้ ตั้งแต่ผู้ผลิตไปยัง ผู้บริโภค