การศึกษาคุณสมบัติและพัฒนาวิธีการตรวจ human neutrophil antigens ในประชากรไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ความเป็นมา: แอนติบอดีต่อ human neutrophil antigens (HNA) ทำให้เกิดปัญหาภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกัน Transfusion-related acute lung injury (TRALI) และภาวะไข้จากการได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือด วัตถุประสงค์: การศึกษาครั้งนี้เพื่อพัฒนาการตรวจจีโนไทป์ของ HNA ด้วยวิธีพีซีอาร์เอสเอสพีและศึกษาความถี่ของอัลลีลชนิดต่างๆ ในผู้บริจาคเลือดคนไทยโดยเปรียบเทียบข้อมูลความถี่อัลลีลกับกลุ่มประชากรคนไทยที่ทำการศึกษา วิธีการ: ตัวอย่างดีเอ็นเอที่ทำการศึกษาทั้งหมด 800 รายประกอบด้วย 500 ตัวอย่างจากผู้บริจาคเลือด ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กรุงเทพฯ และอีก 300 ตัวอย่างจากผู้บริจาคเลือดธนาคารเลือดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการตรวจอัลลีลของ HNA แต่ละชนิดด้วยวิธีพีซีอาร์เอสเอสพีที่พัฒนาขึ้น ผลการศึกษา: ในผู้บริจาคเลือดภาคกลางพบว่า ความถี่ของอัลลีล HNA-1a, -1b, และ -1c เท่ากับ0.548, 0.452 และ 0.004; HNA-3a และ -3b เท่ากับ 0.718 และ 0.282; HNA-4a และ -4b เท่ากับ 0.975 และ 0.025; HNA-5a และ -5b เท่ากับ 0.771 และ 0.229 ตามลำดับ ส่วนในผู้บริจาคเลือดภาคเหนือพบความถี่ของอัลลีล HNA-1a/1b, -3a/3b, -4a/4b และ -5a/5b เท่ากับ 0.677/0.323, 0.775/0.225, 0.965/0.035 และ 0.748/0.252 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบความถี่อัลลีลของ HNA ทั้งสองกลุ่มพบความแตกต่างของอัลลีล HNA-1 และ HNA-3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) สรุป: วิธีพีซีอาร์เอสเอสพีสำหรับการตรวจจีโนไทป์ของ HNA ที่พัฒนาขึ้นวิธีที่ทำได้ง่าย สะดวกและมีราคาถูก นอกจากนี้ข้อมูลความถี่อัลลีลของ HNA จะเป็นประโยชน์ในการทำนายความเสี่ยงของการเกิด alloimmunization โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการสร้าง alloantibodies เมื่อได้รับเลือดที่มี HNA เข้ากันไม่ได้หรือกรณี feto-maternal incompatibility ในกลุ่มประชากรไทยต่อไป