การศึกษาการกำเนิดธาตุโลหะหายากในหินแกรนิตบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
พื้นที่ดำเนินการอยู่ในหินแกรนิตแนวตอนกลาง โดยทั่วไปเป็นหินแกรนิตเนื้อหยาบ มีผลึกเฟลด์สปาร์ขนาดใหญ่ และหินแกรนิตแนวตะวันออก เป็นหินแกรนิตทั้งเนื้อหยาบและเนื้อละเอียด ประกอบด้วยแร่ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน การกำหนดพื้นที่ศึกษาได้อาศัยข้อมูลธรณีวิทยา ธรณีวิทยาแหล่งแร่ และธรณีฟิสิกส์ทางอากาศนำมาประมวลผลร่วมกัน ภายใต้สมมติฐาน 3 ประเด็นหลักคือ 1) หินอัคนีแทรกซอนในกลุ่มหินแกรนิตที่มีองค์ประกอบทางแร่ในเนื้อหินที่ไม่เหมือนกันน่าจะมีแร่/ธาตุหายากเกิดร่วมในสัดส่วนที่แตกต่างกัน 2) ปริมาณแร่/ธาตุหายากในเนื้อหินแกรนิตน่าจะสัมพันธ์กับระดับความเข้มกัมมันตรังสีของธาตุทอเรียมที่วัดได้จากการสำรวจธรณีฟิสิกส์ทางอากาศ และ 3) ปริมาณแร่/ธาตุหายากในเนื้อหินแกรนิตอาจสัมพันธ์กับแร่ดีบุกในหินแกรนิต ทำให้สามารถกำหนดพื้นที่ศึกษาได้ 3 พื้นที่ได้แก่ พื้นที่สะเมิง พื้นที่ขุนตาล และพื้นที่ตาก ผลการศึกษารูปแบบการเกิดของธาตุหายากในพื้นที่ศึกษาพบว่า ทั้ง 3 พื้นที่เป็นพื้นที่ศักยภาพของธาตุหายากที่เกิดแบบแหล่งแร่ตกค้างสะสม โดยพื้นที่สะเมิงและพื้นที่ตาก เป็นพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับแร่โมนาไซต์-ซีโนไทม์ แร่แอลลาไนต์ และแร่หนักที่มีโอกาสให้ธาตุหายากพวกแร่เซอร์คอน และแร่อะพาไทต์ซึ่งพบเฉพาะพื้นที่ตาก ในขณะที่พื้นที่ขุนตาลเป็นพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์กับแร่โมนาไซต์-ซีโนไทม์และแร่เซอร์คอน ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างแร่โมนาไซต์-ซีโนไทม์ แร่เซอร์คอนกับแร่ดีบุกทั้ง 3 พื้นที่ไม่พบความสัมพันธ์ในการสะสมตัวร่วมกันระหว่าง 3 แร่ คำสำคัญ: ธาตุหายาก, ภาคเหนือ, หินแกรนิต, สะเมิง, ขุนตาล, ตาก, รูปแบบการเกิด, ตกค้างสะสม