Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2555

การใช้ประโยชน์จากสมุนไพรเป็นอาหารสุขภาพและเครื่องสำอาง

สุนีย์ จันทร์สกาว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของพรรณพืชหลาย ๆ ชนิดมีการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องมายาวนาน แต่จากวิถีชีวิตของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไปตามวิถีของชาวเมืองทาให้ช่วงเวลาหนึ่งเกิดการละเลยทรัพยากรจากธรรมชาติ จนกระทั่งวิถีการดูแลสุขภาพทางเลือกด้วยสมุนไพรหันกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งจึงทาให้สมุนไพรถูกนามาศึกษาเพื่อใช้เป็น ยา เครื่องสาอาง อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งพืชสมุนไพรไทยในหลาย ๆ พื้นที่นั้นยังขาดข้อมูลการศึกษา หรือในบางครั้งมีการศึกษา รายงาน แต่ยังไม่มีการนามาต่อยอดเพื่อการใช้ประโยชน์ ตัวอย่าง เช่น มะเกี๋ยง สารสีจากธรรมชาติ แม้กระทั่ง เห็ด หรือจุลินทรีย์ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งในการศึกษาวิจัยนี้ได้ทาการศึกษาถึงการใช้ประโยชน์ของพืชสมุนไพรเพื่อเป็นอาหารสุขภาพ เครื่องสาอาง โดยส่วนหนึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องที่ศึกษาต่อยอดถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องสาอางจากมะเกี๋ยงที่ได้ทาการศึกษาในปี 2554 เพื่อเป็นการต่อยอดการศึกษาสู่การใช้ประโยชน์จริง และอีกส่วนหนึ่งเป็นการสารวจและศึกษาสมุนไพรทั้งที่เป็นพืชและจุลินทรีย์ที่พบในประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตการศึกษาหริภุญชัย เพื่อเป็นข้อมูลในการใช้ประโยชน์ และการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนตามวัตถุประสงค์ของโครงการ อพ.สธ. ในแผนงานวิจัยนี้จึงแบ่งเป็น 4 โครงการย่อย ดังนี้ 1. โครงการย่อยที่ 1 การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสาอางจากสารสกัดมาตรฐานมะเกี๋ยง 2. โครงการย่อยที่ 2 การคัดเลือกสายพันธุ์ยีสต์ที่เหมาะสมต่อการผลิตไวน์มะเกี๋ยง 3. โครงการย่อยที่ 3 การพัฒนาผลิตภัณฑ์สีธรรมชาติเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร 4. โครงการย่อยที่ 4 การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จากจุลินทรีย์บางชนิดที่พบ ณ ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หริภุญไชย จังหวัดลาพูน ผลการศึกษา ในแต่ละโครงการ มีดังนี้ มะเกี๋ยงเป็นพืชพื้นบ้านภาคเหนือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าCleistocalyxnervosum (DC.) Kost.var. paniala (Roxb.) Parn.& Chant. ในงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดเนื้อผลสดและสารสกัดจากเมล็ด จากนั้นจึงนาสารสกัดจากเนื้อผลไปเตรียมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้นาไปประเมินคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี เนื้อผลสดและเมล็ดแห้งของมะเกี๋ยงนาไปเตรียมสารสกัดด้วยวิธีการหมักโดยใช้ 95 % เอธานอลเป็นตัวทาละลาย พบว่าสารสกัดส่วนเนื้อผลและเมล็ดได้ปริมาณสารสกัดหยาบเอธานอลเท่ากับ 5.85-9.06 และ 10.56 % w/w ตามลาดับ สารสกัดแต่ละส่วนที่ได้นาไปทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน และฤทธิ์ต้านเอนไซม์ไทโรสิเนส ผลพบว่าสารสกัดหยาบเอธานอลของเมล็ดให้ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่สูงกว่าสารสกัดหยาบเอธานอลของส่วนเนื้อผล ในการทดสอบฤทธิ์ต้านออกซิเดชันด้วยวิธี DPPH พบว่าสารสกัดหยาบเอธานอลของเมล็ดให้ฤทธิ์ที่ดีกว่าเช่นกัน ด้วยค่า TEAC = 745.69-884.50 มก./ก.ของตัวอย่าง สารสกัดทั้งสองส่วนพบว่ามีสารสาคัญในกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นสารที่ให้ฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน และจากผลการศึกษา จะเห็นว่าทั้งสารสกัดมะเกี๋ยงส่วนเนื้อผลและส่วนเมล็ด สามารถยับยั้งการทางานของเอนไซม์ไทโรสิเนสได้ดี สารสกัดจากเนื้อผลมะเกี๋ยงนาไปพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ เครื่องสาอาง 5 รูปแบบ (สบู่เหลว เจลล้างหน้า ครีมบารุงมือและเล็บ โลชัน และซีรัม) เครื่องดื่มสมุนไพร 3 รูปแบบ (ชาชง แกรนูลฟองฟู่ และเครื่องดื่มเข้มข้น) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 1 รูปแบบ (เม็ดเคี้ยว) การผลิตผลิตภัณฑ์ได้ใช้หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตในทุกขั้นตอน เมื่อนาผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้มาตรวจสอบคุณสมบัติทางเคมี กายภาพ การปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนัก ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ และศึกษาความคงตัวที่อุณหภูมิ 4 ?ซ, 30 ?ซ ความชื้นสัมพัทธ์ 65 % และ 40 ?ซ ความชื้นสัมพัทธ์ 75 % พบว่าการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนักผ่านมาตรฐาน Thai Pharmacopoeia Volume I and II SUPPLEMENT 2005 และ Thai Herbal Pharmacopoeia Volume II 2000 ผลในการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องสาอางจากมะเกี๋ยง พบว่าโลชันผสมสารสกัดมะเกี๋ยงให้ผลในการเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังมากที่สุด ซีรัมมะเกี๋ยงให้ผลในการลดริ้วรอยแต่ผลในการลดริ้วรอยยังไม่ชัดเจนอาจเนื่องมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ในระยะเวลาน้อยเกินไป ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทาให้ริ้วรอยลดลงเมื่อใช้ไปในระยะเวลาที่นานขึ้น การคัดเลือกสายพันธุ์ยีสต์ที่เหมาะสมต่อการผลิตไวน์มะเกี๋ยง เพื่อให้ได้เชื้อยีสต์สายพันธุ์ที่มีความจาเพาะต่อมะเกี๋ยง พบยีสต์ ไอโซเลทที่ 3 ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพต่อการหมักแอลกอฮอล์ในขั้นตอนการผลิตไวน์มากที่สุด จากการศึกษาการเตรียมน้าหมักมะเกี๋ยงโดยใช้แหล่งคาร์บอนชนิดต่างๆ พบว่ายีสต์สามารถเจริญในน้าตาลกาแลคโทส กลูโคส แลคโทส มอลโทส และซูโครสได้ ในการศึกษาปริมาณไนโตรเจนและซัลเฟตที่จาเป็นต่อการเจริญของยีสต์ พบว่าน้าหมักมะเกี๋ยงสูตรที่เติมไดแอมโมเนียมไฮโดรเจนฟอสเฟต 0.2 กรัมต่อลิตร และแมกนีเซียมซัลเฟต 0.02 กรัมต่อลิตร มีความเหมาะสมต่อการหมักมากที่สุด และจากการศึกษาอัตราส่วนระหว่างเนื้อมะเกี๋ยงต่อปริมาณน้า ในอัตราส่วนต่างๆ พบว่ายีสต์สามารถเปลี่ยนแหล่งคาร์บอนเป็นแอลกอฮอล์จนปริมาณของแข็งที่ละลายได้และปริมาณน้าตาลรีดิวซ์ลดลงเหลือ 6.5?2.05 องศาบริกซ์ และ 64.23?3.29 กรัมต่อลิตร ตามลาดับ ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ผลิตได้คือ 13.8?2.5 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร จากการทดสอบทางประสาทสัมผัสของผู้ทดสอบจานวน 21 คน แบบ 20-Points Wine ประเมินตามคุณลักษณะ ความใส สี กลิ่น และรสชาติ พบว่าไวน์ที่ผลิตจากน้าหมักมะเกี๋ยงอัตราส่วนเนื้อมะเกี๋ยงต่อน้า สูตร 1:1 และ 1:1.5 ได้คะแนนรวมสูงสุดคือ 18 คะแนน การพัฒนาผลิตภัณฑ์สีธรรมชาติเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ในงานวิจัยนี้ได้ทาการศึกษาพืชตัวอย่างได้แก่ อัญชัน (Clitoriaternatea) ผักปลัง (Basella alba) ผลหม่อน (Morus alba) พิลังกาสา (Ardisiaelliptica) ฝาง (Caesalpiniasappan) เฟื่องฟ้า (Bougainvillea hybrid) ทองกวาว (Butea monosperma) และ โสน (Sesbania aculeate) เพื่อใช้เป็นสีผสมอาหาร สาหรับฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของพืชเหล่านี้ทาการทดสอบโดยวิธี DPPH (2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl) และ ABTS (2,2’-Azino-bis(3ethylbenzothiazoline-6-sulfonic-acid) จากผลการทดลองพบว่า ฝางมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระโดยวิธี DPPH และ ABTS สูงสุด (DPPH, IC50 เท่ากับ 45.52 mg/Lและ ABTS, IC50 เท่ากับ 18.47 mg/L) ในการทดสอบความคงทนของสีพบว่าสารสกัดสีทั้งหมดมีความคงทนมากที่สุด ที่สภาวะความเป็นกรด อุณหภูมิต่า (-4 และ 10?C) ในสภาวะมืด การศึกษาการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ของจุลินทรีย์ในครั้งนี้แบ่งได้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อก่อโรคที่สาคัญทั้งสายพันธุ์ที่ไว และดื้อยาหลายชนิดของโปรตีนน้าหนักโมเลกุลต่ากว่า 10 กิโลดาลตันที่ได้ศึกษามาก่อนหน้านี้แล้วว่าเป็นสารออกฤทธิ์ที่เชื้อแอคติโนมัยซิสในดิน ที่แยกได้ ณ ศูนย์การศึกษาฯ ไอโซเลทA67/204 ที่แสดงฤทธิ์ต้านเชื้อดี ผลการศึกษาเมื่อเทียบกับ nisinที่เป็นตัวควบคุมผลบวกต่อเชื้อ Staphylococcus aureus 25 ไอโซเลท เชื้อ Enterococcus faecalis 26 ไอโซเลท และเชื้อ Escherichia coli 26 ไอโซเลท พบว่าโปรตีนที่สกัดได้นี้มีค่าความเข้มข้นต่าที่สุดที่ยับยั้งเชื้อได้มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.11+2.45, 9.05+2.86 และ 24.64+7.87 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญเมื่อเทียบกับค่าความเข้มข้นต่าสุดของ nisinที่เท่ากับ 31.85+6.96, 31.25+10.83 และ 43.27+15.50 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรตามลาดับ ขณะที่เชื้อทดสอบอีก 2 กลุ่มซึ่งเป็นเชื้อที่ดื้อยาหลายชนิด และเป็นสาเหตุสาคัญของการติดเชื้อในโรงพยาบาลคือเชื้อ Pseudomonas aeruginosaและเชื้อ Acinetobacterbaumanniiพบว่าฤทธิ์ต้านเชื้อทั้ง 2 ของสารสกัดโปรตีนดังกล่าวออกฤทธิ์ได้ใกล้เคียงกับnisinโปรตีนนี้จะได้นาไปจาแนกชนิดของโปรตีนด้วยเทคนิคทางโปรติโอมิคต่อไป ส่วนที่ 2 เป็นการศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อก่อโรคที่สาคัญทั้งสายพันธุ์ที่ไว และดื้อยาหลายชนิดของโปรตีนน้าหนักโมเลกุลต่ากว่า 10 กิโลดาลตันที่สกัดได้จากระบบการเพาะเลี้ยงซินไบโอติกระหว่างเชื้อ Lactobacillus fermentum LF16 กับอาหารเพาะเลี้ยงที่เติมผงเห็ดระโงกขาวป่นเป็นสารปรีไบโอติก ผลการศึกษาเมื่อเทียบกับโปรตีนน้าหนักโมเลกุลต่าที่สกัดจากการเพาะเลี้ยงแลคโตบาซิลลัสที่ไม่เติมผงเห็ดระโงกขาวป่นในอาหารเพาะเลี้ยงต่อเชื้อ Staphylococcus aureus 25 ไอโซเลท เชื้อ Enterococcus faecalis 26 ไอโซเลท และเชื้อ Escherichia coli 26 ไอโซเลท พบว่าโปรตีนที่สกัดได้นี้มีค่าความเข้มข้นต่าที่สุดที่ยับยั้งเชื้อได้มีค่าเท่ากับ 6.31+1.94, 8.04+0.43 และ 13.22+6.54 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญเมื่อเทียบกับค่าความเข้มข้นต่าสุดของโปรตีนน้าหนักโมเลกุลต่าที่สกัดจากการเพาะเลี้ยงแลคโตบาซิลลัสที่ไม่เติมผงเห็ดระโงกขาวป่นในอาหารเพาะเลี้ยงที่เท่ากับ 25.84+10.78, 32.45+9.81 และ 31.25+13.26 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรตามลาดับ ส่วนเชื้อทดสอบอีก 2 กลุ่มซึ่งเป็นเชื้อที่ดื้อยาในระดับสูง และเป็นสาเหตุสาคัญของการติดเชื้อในโรงพยาบาลคือเชื้อ Pseudomonas aeruginosaและเชื้อ Acinetobacterbaumanniiพบว่าฤทธิ์ต้านเชื้อทั้ง 2 ของสารสกัดโปรตีนไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญ โปรตีนที่สกัดได้จากระบบซินไบโอติกนี้จะได้นาไปจาแนกชนิดของโปรตีนด้วยเทคนิคทางโปรติโอมิคต่อไปเช่นกัน

คำสำคัญ

จุลินทรีย์มะเกี๋ยงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสำอางสารสีธรรมชาติ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

พืชสมุนไพรรักษาไตวายในประเทศไทย

กัลยรัตน์ บุญประเสริฐ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2561

ความหลากหลายและการใช้ประโยชน์ของพืชสมุนไพรและผักพื้นบ้านในชุดสำรับ/ตำรับอาหารท้องถิ่น ตำบลนาอ้อ อำเภอเมือง จังหวัดเลย

สุปราณี สิทธิพรหม มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2559

การวิเคราะห์และประเมินมูลค่าทางการตลาดของผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ.2560-2564

อัทธ์ พิศาลวานิช สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563

การพัฒนาการปลูกสมุนไพรไทยตามมาตรฐานและเทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรไทยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรรายย่อย

ดุสิต อธินุวัฒน์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

โครงการ การสำรวจและใช้ประโยชน์สมุนไพรพื้นถิ่นลำพูนเพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้ชีวิตวิถีใหม่

อาทิตย์ ยาวุฑฒิ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

พืชสมุนไพรและตำรับยาพื้นบ้านของไทยอง ในจังหวัดลำพูน

อังคณา อินตา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2561

ศึกษา สรรพคุณ ประโยชน์ และการนำไปใช้ของสมุนไพร ในท้องถิ่น จากแพทย์แผนไทยพื้นบ้าน บริเวณคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา

จำรูญ วงศ์กระจ่าง วิทยาลัยสารพัดช่างสงขลา พ.ศ. 2555

รูปแบบความยั่งยืนของธุรกิจค้าปลีกสำหรับวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรในประเทศไทย

ไพบูลย์ ปิลันธน์โอวาท มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต พ.ศ. 2560

สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพและฤทธิ์ทางชีวภาพของพืชวงศ์ขิงในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและผลของการแปรรูป

ศิริธร ศิริอมรพรรณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2560

โครงการวิจัยพัฒนาพันธุ์และเทคโนโลยีเพื่อรองรับมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชสมุนไพร

พฤกษ์ คงสวัสดิ์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565