โครงการพัฒนาผ้าทอพื้นเมืองจากเทคนิคการพิมพ์ด้วยกรดและย้อม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัจจุบันนี้ ผ้าพื้นเมืองของไทยในภาคต่าง ๆ ก าลังได้รับการส่งเสริมให้น ามาใช้สอยใน ชีวิตประจ าวันอย่างกว้างขวางมากโดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ล าพูนและล าปางได้ มีหน่วยงานของรัฐได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริมด้านหัตถกรรมทอผ้า โดยเฉพาะหน่วยงานพัฒนาชุมชน ของแต่ละจังหวัดได้เข้าไปส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับการทอผ้ากับกลุ่มทอผ้าต่าง ๆ พร้อมทั้งสนับสนุนกี่ทอผ้า กับกลุ่มทอผ้านั้นด้วย แต่จากการเข้าไปช่วยเหลือในลักษณะดังกล่าวของภาครัฐบาลที่ต้องการสร้างเศรษฐกิจ ของประชาชนในระดับรากหญ้าโดยการสนับสนุนและส่งเสริมกันมาก ผ้าทอพื้นเมืองส่วนหนึ่งถูก ผลิตออกมา เป็นผืนผ้าที่ไม่มีลวดลายที่เรียกว่าผ้าพื้น หรือผ้าสีพื้น ส่วนมากของผ้าเหล่านี้จะเป็นผ้าทอสีขาวหรือสีของฝ้าย หรือสีอื่นๆ ที่ผ่านการย้อมเส้นด้ายก่อนการทอ ผืนผ้าเหล่านั้นสามารถน าไปใช้งานได้หลากหลายตามความ ต้องการของผู้บริโภค แต่ปัญหาที่ตามมาของสินค้ าเหล่านี้คือมีสินค้าล้นตลาด เนื่องจากแต่ละกลุ่มที่ทาง ภาครัฐบาลเข้าไปส่งเสริมได้ผลิตผ้าที่มีลักษณะเดียวกันเนื่องจากการผลิตนั้นก็ท าได้ง่ายและรวดเร็วดังนั้นผู้วิจัย จึงมีแนวคิดในการน าสารละลายกรดมาปรับใช้ในการสร้างเทคนิคในการตกแต่งผ้าฝ้าย โดยการน าสารละลาย กรดมากัดเส้นใยออกจากผ้าเพื่อสร้างลวดลาย การกัดลวดลายผ้าด้วยกรด คือ การกัดเส้นใยบริเวณที่ต้องการ ให้ละลายหรือท าให้ผ้ามีความบางโปร่งใสเป็นบางส่วน ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ขาดออกและโครงสร้างของผ้า ยังคงเหมือนเดิม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อท าการทดลองกัดเส้นใยออกจากเส้นผ้าฝ้ายให้เกิดลวดลายด้วยกรด และย้อม เพื่อสร้างลักษณะของผ้าฝ้ายให้มีความน่าสนใจในการใช้และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและเพื่อสร้าง ความรู้และเทคนิคในการตกแต่งส าเร็จลวดลายผ้าฝ้ายด้วยกรดและการย้อมสี จากการการพัฒนาผ้าทอพื้นเมืองจากเทคนิคการพิมพ์ด้วยกรดและย้อมท าให้ทราบว่าแม่พิมพ์ซิลค์ สกรีน เนื่องจากเป็นแม่พิมพ์ที่สะดวกต่อการท างาน และจะได้ลวดลายที่มีความคมชัด โดยเลือกใช้ผ้าสกรีน เบอร์ 40 เนื่องจากต้องการให้สารที่ใช้กัดเส้นใยสามารถผ่านผ้าสกรีนไปได้ง่ายแป้งที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้คือ แป้งข้าวเหนียว เนื่องจากสามารถผส มเข้ากับกรดจนเป็นเนื้อเดียวกันได้ดี ความเข้มข้นของกรดก ามะถันที่ 62% จับเวลาที่ 15 นาที และความเข้มข้นของกรดก ามะถันที่ 64% จับเวลาที่ 5, 10 นาที มีความเหมะสมที่ จะน ามาพิมพ์บนผ้าฝ้ายเพื่อให้เกิดลวดลายก่อนน าไปย้อมสี พื้นที่ที่มีการพิมพ์ลวดลายด้วยกรดก ามะถันความ เข้มข้นที่ 64% มีผลต่อความเหนียวของผืนผ้า กล่าวคือ จากชิ้นทดสอบที่มีพื้นที่ของลวดลายมากกว่าพื้นที่ที่ไม่ ใช้ลวดลายจะถูกกรดก ามะถันความเข้มข้นที่ 64% ละลายเส้นใยฝ้ายได้มากกว่าพื้นที่ของลวดลายน้อยกว่าหรือ เท่ากับพื้นที่ที่ไม่ใช้ลวดลายจึงสรุปได้ว่าลวดลายขนาดเล็กและลวดลายขนาดกลางชิ้นทดสอบผ้าฝ้ายมีความ เหนียวกว่าลวดลายขนาดใหญ่