Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2561

<p>องค์ประกอบทางเคมี การเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพ สมบัติการป้องกันแสงและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของฟลาโวนอยด์จากพืชสกุล <em>Kaempferia</em></p>

นางสาวจักรีรา ปัญญาแก้ว สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2561

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ในงานวิจัยได้นำสารสกัดเอทานอลจากเหง้าของพืชสกุลเปราะ (Kaempferia sp.) 9 ชนิด คือ K. angustiflora, K. elegans, K. golanga 1, galanga 2 K. galanga 3, K. marginata, K. K. para, K. pulchra และ K. rotunda ซึ่งเก็บจากจังหวัดเชียงใหม่ มาตรวจสอบคุณสมบัติการป้องกันรังรังสียูวีตาม พารามิเตอร์ดังต่อไปนี้คือ UVA/UVB ratio, critical wavelength (A) 10: sun protection factor (SPF) 810 ผลการศึกษาพบว่าสารสกัด K. degans และ K. parvglona มีประสิทธิภาพในการป้องกันได้ทั้งรังสืยูวีเอและ ยูวีบี ในขณะที่สารสกัด K. galanga ทั้ง 3 สายพันธุ์ มีประสิทธิภาพป้องกันได้เฉพาะรังสียูวีบี เมื่อเปรียบเทียน กับสารสกัดชนิดอื่น นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษาปริมาณฟลาไวมอยค์และฤทธิ์ด้านอนุมูลอิสระของสาร สกัดทั้ง ๑ ชนิด พบว่า K paryfore มีปริมาณฟลาโวนอยต์สูงที่สุด และยังมีฤทธิ์ด้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด เมื่อทำการทดสอนด้วยวิธี ABTS. DPPH และ FRAP จากผลการทคลองที่ได้ จึงคัดเลือกสารสกัดทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ K. elegans, K. galanga I M: K. parviflora มาแขกหาองค์ประกอบทางเคมีด้วยวิธีคอลัมน์โครมาโทก ราฟี พบว่าสามารถแขกสารบริสุทธิ์ได้ 18 ชนิดจากสารสกัด K. elegans, K. golanga 1 uละ K parvilora โดยในสารสกัด K elegans สามารถแยกสารกลุ่ม chalcone 2 ชนิด Navanone 2 ชนิด kawalactone 1 ชนิด และ cyclobexane diepoxide I ชนิด ได้จากnK. elegans นอกจากนี้ยังสามารถแยกสารกลุ่ม cimnamale derivatives 2 ชนิด และสารกลุ่ม methoxytlavones 10 ชนิด ได้จาก K. galanga I liละ K. parviora ตามสำคับ เมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติการป้องกันรังสียูวีในสารบริสุทธิ์ที่แอกได้ พบว่า ปิavokawain B (JPPI) ซึ่งเป็น สารในกลุ่ม chalcone ที่พบใน K. elegans มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีได้ดีที่สุด โดยสามารถ ป้องกันได้ทั้งยูวีเอและยูวีบี และยังมีประสิทธิภาพเทือบเท่ากับ Gอดรorb & ซึ่งเป็นสารป้องกันแสงแดด ทางการค้า ที่ความเข้มข้น 50 ug/ml.

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ฤทธิ์ต้านเชื้อก่อโรคปริทันต์ของสารสกัดพืชสกุลเปราะ

ศิริวุฒิ สุขขี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

การวิเคราะห์จีโนมของคลอโรพลาสต์ สารพฤกษเคมี พิษ และฤทธิ์ของพืชสกุล Paederia และ Morinda วงศ์เข็ม เพื่อนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม

อรุณรัตน์ ฉวีราช มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2565

ปริมาณฟลาโวนอยด์และฟีนอลที่เป็นองค์ประกอบและการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากข้าวไทย

นวลอนงค์ เสมสังข์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

ผลของตัวทำละลายต่อองค์ประกอบทางพฤกษเคมี ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสารสกัดจากพืชทนดี

ลักษมี วิทยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2559

ความสามารถในการยับยั้งอนุมูลอิสระของสารประกอบฟีนอลิก สารประกอบ ฟลาโวนอยด์และปริมาณโลหะหนักในผลิตภัณฑ์ชาบัว

นิรมล ศรีชนะ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2560

การวิเคราะห์สารประกอบทางเคมีและคุณสมบัติการยับยั้งเอนไซม์อะเซทิลโคลินเอสเทอเรสของพืชสกุลเปราะ

พิชญา มังกรอัศวกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

การใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรไทยบนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคเหนือ

วิลาศ พุ่มพิมล มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2559

การเปรียบเทียบการสะสมสารฟีนอลิก สารเฟลโวนอยด์ และอนุพันธ์ของสารกลุ่มเฟลโวนอยด์ ในข้าวสายพันธุ์ไทยที่หลากหลาย (Oryza sativa L. spp. indica)

สุธี ชุติไพจิตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2559

การศึกษาสหวิทยาการเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากใบพืชสมุนไพรสกุล Garcinia

อรุณรัตน์ ฉวีราช มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

โครงการ กาแยกสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากเชื้อแอคติโนมัยซีสในพืชสมุนไพรไทย

ธงชัย เตโชวิศาล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2553