ผลกระทบธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่กับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เอกสารวิจัยฉบับนี้ชี้ให?เห็นว?า กระบวนทัศน?ในการพัฒนาประเทศไทยมีผลผูกพันให?ประเทศต?องสร?างขอบข?ายความร?วมมือทางการค?าระหว?างประเทศ และยึดนโยบายเสรีนิยมทางการค?า (Liberalize International Trade) เพื่อเพิ่มช?องในการเข?าถึงตลาดทางการค?า และความร?วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและ การลงทุน และมีพันธะกรณีในการพัฒนาการเป?ดเสรีการค?า สาขาธุรกิจค?าปลีก เมื่อประเทศไทยประสบป?ญหาทางเศรษฐกิจขั้นรุนแรงในป?พ.ศ. 2540 ทําให?ประเทศไทยต?องพึ่งพิง ทุนต?างชาติเรื่อยมาอีกทั้งผลพวงของนโยบายและมาตรการส?งเสริมของรัฐที่ผ?านมา ประกอบกับมี ความได?เปรียบทางเศรษฐกิจของกลุ?มทุนต?างชาติกลุ?มทุนต?างชาติเหล?านี้จึงประสบโอกาสเข?ามาประกอบกิจการและลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการลงทุนอย?างมหาศาลในสาขาธุรกิจค?าปลีก ส?งผลให?กิจการค?าปลีกดั้งเดิมต?องล?มเลิกกิจการที่ได?ประกอบกันมานับชั่วอายุคน นอกเหนือจากผลกระทบที่มีต?อร?านค?าปลีกดั้งเดิมแล?ว เอกสารวิจัยฉบับนี้ยังได?แสดงให?เห็นถึงผลกระทบทางสังคมของการรับนโยบายการเป?ดเสรีทางการค?า (ธุรกิจค?าปลีก) ซึ่งมีผลต?อการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชน อันเป?นป?จจัยสําคัญต?อการเปลี่ยนแปลงวิถีชุมชนในระยะยาว ผลการวิจัยบ?งชี้ว?าการเปลี่ยนแปลงนี้เป?นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการปลุกป??น มิได?เกิดขึ้นตาม ความต?องการที่แท?จริงของชุมชน และมีพยานหลักฐานที่ยืนยันได?ว?า สิทธิของชุมชนที่จะเลือกวิถีชีวิตที่ เหมาะสม และความสุขทางสังคมที่ยั่งยืน ได?ถูกทําลายไปเพราะการยอมรับให?กระบวนการค?าปลีก เข?าแทรกซึมวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อประโยชน?ทางการค?า และการหากําไรอย?างปราศจากข?อจํากัด การศึกษาเปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายไทยเปรียบเทียบกับมาตรการทางกฎหมายของ ต?างประเทศ อาทิ ประเทศญี่ปุ?น ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว?า มีการใช?มาตรการทางกฎหมายในลักษณะของการ กําหนดรายละเอียดปลีกย?อยทางอ?อม ในการป?องกันผลกระทบของธุรกิจค?าปลีกขนาดใหญ?ที่มีต?อร?านค?าดั้งเดิม ท?องถิ่น เช?น การจัดระเบียบการจราจร การจัดระเบียบพื้นที่ตั้ง หรือมาตรการเพื่อความปลอดภัย เป?นต?น งานวิจัยนี้พบว?ามาตรการทางกฎหมาย มิได?เป?นป?จจัยที่มีนัยสําคัญในการปกป?องร?านค?าดั้งเดิม ท?องถิ่น แต?ป?จจัยที่ทําให?ธุรกิจค?าปลีกขนาดใหญ?ไม?สามารถกลืนกินร?านค?าปลีกดั้งเดิมท?องถิ่นหรือร?านค?ากลุ?ม ทุนชาติ ได?แก? “การสร?างจิตสํานึกร?วมกัน”ของป?จเจกชน ชุมชนและสังคมให?ตระหนักถึงคุณค?าในความดีของ การมีอยู?ของร?านค?าปลีกดั้งเดิมท?องถิ่น ซึ่งเปรียบได?กับ “กระดูกสันหลังของเศรษฐกิจชุมชน” และถือเป?น ความงดงามของความหลากหลายในการประกอบอาชีพของคนท?องถิ่น โดยยึดโยงกับกระบวนทัศน?เรื่องการ พัฒนาที่สมดุลอย?างยั่งยืนอันมีสิทธิมนุษยชนควบคู?กับศักดิ์ศรีความเป?นมนุษย?เป?นป?จจัยหลักใน การพัฒนาประเทศ ผู?วิจัยเสนอว?าควรมีการทบทวนการอนุญาตขยายตัวของร?านค?าปลีกสมัยใหม?ไว?เป?นการชั่วคราว ก?อนและรัฐต?องพิจารณาถึงความเปราะบางของชุมชน โดยรัฐต?องปกป?กษ?รักษาสิทธิมนุษย?ชนควบคู?ไปกับ การพัฒนาเศรษฐกิจ การกําหนดทิศทางพัฒนาประเทศของไทยควรวางอยู?บนกรอบความคิดเรื่องโอกาส ของชุมชนใน “การพัฒนาอย?างยั่งยืน”(Sustainable Development) ตามที่ได?กําหนดอยู?ในแผนพัฒนา ประเทศและแนวนโยบายพื้นฐานแห?งรัฐตามรัฐธรรมนูญฉบับป?จจุบัน ควรสนับสนุนการสร?างเครือข?าย ความร?วมมือระหว?างภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคประชาชน ในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู?ภาคปฏิบัติอย?าง จริงจัง โดยก?อนที่จะดําเนินมาตรการในทางปฏิบัติใดๆ ภาครัฐควรจํากัดการขยายตัวของร?านค?าปลีก สมัยใหม?ไว?เป?นการชั่วคราวก?อน จนกว?าจะแน?ใจว?า รัฐมีกลไกคุ?มครองที่พร?อมเพรียงแล?ว