บทบาทของ gene amplification และการติดเชื้อ human papillomavirus ในกระบวนการพัฒนาของมะเร็งช่องปาก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
กลไกการเกิดมะเร็งช่องปากจัดเป็น multistep process ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้าน genetic และ epigenetic รวมไปถึงการสูญเสียสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันที่นำไปสู่การสูญเสียความสามารถในการป้องกันและกำจัดเซลล์มะเร็ง ไมโครอาร์เอ็นเอ (miRNA) เป็นอีกหนึ่งกลไกที่สามารถควบคุมการแสดงออกของยีนเป้าหมายแบบ epigenetic และมีการรายงานจำนวนมากที่ระบุถึงบทบาทของ miRNA ต่อการเกิดมะเร็งช่องปาก จากผลการทดลองที่ผ่านมา คณะผู้วิจัยพบว่า สารอะรีโคลีน (arecoline) ซึ่งจัดเป็นสารในกลุ่มแอลคาลอยด์ที่พบได้มากในผลหมาก (areca nut) ที่นิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในการเคี้ยวหมาก สามารถลดระดับการแสดงออกของ miR-22 และเพิ่มการแสดงออกของ oncostatin M (OSM) มีรายงานว่า miR-22 ทำหน้าที่เป็น tumor suppressor gene ในขณะที่การแสดงออกที่ผิดปกติของ OSM สามารถสนับสนุนการเกิดความรุนแรงของมะเร็งให้มากขึ้นในมะเร็งหลายชนิด ซึ่งจากผลการทดลองเบื้องต้น พบความสัมพันธ์ระหว่าง miR-22 และ OSM เป็นแบบแปรผกผัน ดังนั้น คณะผู้วิจัยจึงมีวัตถุประสงค์ในการหาความสัมพันธ์ระหว่าง OSM และ miR-22 และบทบาทของ miR-22 ในกลไกการเกิดมะเร็งช่องปาก โดยคณะผู้วิจัยได้ใช้โปรแกรมในการทำนาย (prediction) mRNA เป้าหมายของ miR-22 ด้วยวิธี in silico พบว่า ฐานข้อมูลของ TargetScanHuman Release 6.2 และ miRNA.org แสดงให้เห็นว่า OSM 3?-untranslated region (UTR) มีตำแหน่งที่ seed sequence ของ miR-22 สามารถจับได้ เพื่อยืนยันผลของ miR-22 ต่อ OSM คณะผู้วิจัยได้สร้าง plasmid ที่บรรจุยีน pre-miR-22 คือ pIRES-miR-22 จากนั้น นำ plasmid ดังกล่าว ใส่เข้าไปในเซลล์มะเร็ง ORL-48(T) และ ORL-136(T) ด้วยวิธี transfection โดยใช้ Lipofectamine? 2000 แล้วดูการแสดงออกของ OSM ซึ่งพบว่าเซลล์ ORL-48(T) และ ORL-136(T) ที่มีการแสดงออกของ miR-22 ในระดับสูงนั้นมีปริมาณโปรตีน OSM น้อยกว่าเซลล์ที่มีการแสดงออกของ miR-22 ในระดับต่ำอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้คณะผู้วิจัยยังได้ทำการยืนยันผลการทดลองเพื่อตรวจหาว่า miR-22 สามารถจับกับตำแหน่ง OSM 3?UTR โดยการใส่ OSM 3?UTR wild-type (WT) และ mutant (Mut) เข้าไปใน pGL3-Control vector ที่ตำแหน่ง downstream ของยีนที่เข้ารหัสการสร้างเอนไซม์ luciferase ที่สามารถย่อยสารตั้งต้นที่จำเพาะจนเกิดสารที่สามารถปล่อยแสง luminescence ซึ่งจะถูกแปลผลว่าเป็นค่า luciferase activity ที่สามารถตรวจวัดได้ด้วยเครื่อง luminometer ในการทดลองนี้ ค่า luciferase activity ของเซลล์ 293FT ที่ถูก co-transfect ด้วย pIRES-miR-22/pGL3-OSM 3?UTR vector จะนำมา normalize กับ pIRES-miR-22/pGL3-Control vector แล้วนำมา relative กับ ค่า luciferase activity ของเซลล์ 293FT ที่ถูก co-transfect ด้วย pIRES-EGFP/pGL3-OSM 3?UTR vector ที่นำมา normalize กับ pIRES-EGFP/pGL3-Control พบว่า ค่า relative luciferase activity ของกลุ่มที่เป็น pIRES-miR-22/pGL3-OSM 3?UTR WT-transfected 293FT น้อยกว่ากลุ่ม control ที่เวลา 48 ชั่วโมงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่กลุ่ม 3?UTR Mut แสดงค่า relative luciferase ไม่มีความแตกต่างจากกลุ่ม control ส่วนหน้าที่ของ miR-22 ในเซลล์ ORL-48(T) ต่อ cell proliferation, cell-cycle progression และ cell migration วิเคราะห์ด้วยวิธี hemocytometer, flow cytometry และ wound healing assay ในเซลล์ pIRES-miR-22-transfected ORL-48(T) พบว่า miR-22 สามารถลดการเกิด cell proliferation, cell-cycle progression และ cell migration จากผลการทดลอง สรุปได้ว่า miR-22 สามารถยับยั้งการแสดงออกของ OSM ได้โดยตรง และยังทำหน้าที่เป็น tumor suppressor ในเซลล์มะเร็งช่องปากโดยยับยั้งกระบวนการ cell proliferation, cell-cycle progression และ cell migration ดังนั้น สารอะรีโคลีนที่สามารถลดระดับการแสดงออกของ miR-22 และนำไปสู่การแสดงออกของ OSM อาจมีผลต่อการส่งเสริมการเกิดมะเร็งช่องปากได้