การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรมของพันธุ์ไม้ให้ยางรัก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ประเทศไทยมีความหลากชนิดของพรรณไม้สกุล Gluta ถึง 11 ชนิดจากทั่วโลกที่มีอยู่ 34 ชนิด แต่ชนิดที่สำคัญมีการใช้น้ำยางในงานหัตถกรรมเครื่องรักในประเทศไทยคือกลุ่มชนิดรักใหญ่ที่ซึ่งประกอบด้วย รักใหญ่ น้ำเกลี้ยง และรักปีกใบพาย สำหรับน้ำยางจากแกนมอยังไม่พบรายงานการใช้ประโยชน์ในประเทศไทย แต่ในต่างประเทศมีการใช้ในงานด้านศิลปวัฒนธรรม วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อ 1) คัดเลือกแม่ไม้รักใหญ่ น้ำเกลี้ยงและแกนมอที่ให้น้ำยางมากและจัดสร้างเป็นสวนรวมพันธุ์ 2) ศึกษาการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของไม้รักใหญ่จากแปลงอนุรักษ์พันธุ์ในถิ่นกำเนิดไม้รักใหญ่ โดยการตอนกิ่ง การติดตา การปักชำ การเสียบยอด การทาบกิ่ง และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และ 3) การศึกษาระยะปลูกของรักใหญ่และลักษณะการเติบโตของรักใหญ่และแกนมอ โดยใช้ระยะปลูก 5 ระยะ คือ 2x2, 2x4, 2x8, 4x4 และ 4x8 เมตร ผลการคัดเลือกแม่ไม้ "กลุ่มสกุลไม้รักใหญ่" ได้รวมทั้งสิ้น 294 แม่ไม้ ครอบคลุมพื้นที่ 23 จังหวัด จาก 88 แหล่งประชากร ซึ่งพบว่ามีต้นที่ให้น้ำยางมาก จำนวน 4,468 ต้น จากทั้งหมด 87,836 ต้น คิดเป็น ร้อยละ 5.09 การให้ปริมาณน้ำยางมากเป็นรายชนิดตามสัดส่วนของแม่ไม้ที่คัดเลือกในธรรมชาติ คือ น้ำเกลี้ยง ร้อยละ 9.82 รักใหญ่ ร้อยละ 7.07 และต่ำสุดคือรักปีกใบพาย ร้อยละ 5.13 สำหรับแกนมอ ซึ่งคัดเลือกแม่ไม้จากแปลงทดลอง พบว่ากลุ่มที่ให้ปริมาณน้ำยางสูงมีพบว่า มีเพียง 8 ต้นจาก 399 ต้น หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ที่ผลิตน้ำยางได้มาก การขยายพันธุ์รักใหญ่ พบว่าการตอนกิ่งพบว่าวิธีการตอนกิ่งรักใหญ่โดยวิธีการควั่นกิ่งทิ้งไว้ 1 หรือ 2 วัน เป็นวิธีที่ได้ผลดี แต่เมื่อนำกิ่งตอนปลูกลงกระถางใช้ดินผสมกิ่งสามารถแตกตาผลิใบใหม่ได้ แต่จะแห้งตายทั้งหมด เนื่องจากมียางรักไหลออกจากรอยแผล ทำให้ตุ้มดินแข็งแห้ง น้ำเข้าออกไม่ได้ และรากไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้ ส่วนการติดตา การปักชำ การเสียบยอด การทาบกิ่ง และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พบว่ายอดแห้งตายทั้งหมด และเนื้อเยื่อไม่สามารถประสานกันได้ ทั้งนี้มีปัจจัยที่สำคัญคือ ยางรัก เนื่องจากคุณสมบัติของยาง คือ เมื่อแห้งจะแข็ง กันน้ำไม่ให้เข้าออก โดยทุกส่วนของต้นรักใหญ่ที่เกิดรอยแผล จะมียางไหลเสมอ ทำให้เซลล์บริเวณที่สัมผัสกับยางแข็งและแห้งตามไปด้วย ส่วนในด้านการศึกษาระยะปลูก พบว่าเมื่ออายุ 5 ปี ระยะปลูก 2x2 เมตร และ 2x4 เมตร เป็นระยะปลูกที่ให้ผลด้านการเติบโตทั้งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสำต้นที่ระดับพื้นดิน ความสูงทั้งหมด และอัตราการรอดตาย ดีกว่าระยะปลูก 2x8 เมตร 4x4 เมตร และ 4x8 เมตร คำสำคัญ: รักใหญ่ น้ำเกลี้ยง รักปีกใบพาย แกนมอ สวนรวมพันธุ์ การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ระยะปลูก