ผลกระทบของน้ำมันละหุ่งต่อการสึกหรอของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลผสมเอทานอลเป็นเชื้อเพลิง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในประเทศไทยเอทานอลถูกน้ำมาใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิงทางเลือกในปี พ.ศ. 2522 เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เอทานอลมีฤทธิ์การกัดกร่อนที่สูงการปรับปรุงค่าคุณสมบัติที่สูญเสียไปจากการเติมเอทานอลลงในน้ำมันดีเซลนั้นทางผู้วิจัยได้เลือกใช้น้ำมันละพุ่งดินมาช่วยปรับปรุงค่าคุณสมบัติของเชื้อเพลิงให้ดีขึ้นเนื่องจากน้ำมันละห่งดิบมีคุณสมบัติติที่ตรงกันข้ามกับเอทานอลซึ่งจะสามารถชดเชยค่าคุณสมบัติที่ขาดหายไปได้ งานวิจัยนี้ได้เลือกใช้ความเข้มชั้นของเอทานอลและน้ำมันละหุ่งดิบอย่างละ 1096 โดยปริมาตรผสมกับน้ำมันดีเซล 80% โดยปริมาตร น้ำมันผสมนี้ (D80E10C10) จะถูกนำมาทดสอบค่าคุณสมบัติพื้นฐานทางกายภาพและเคมีของน้ำมันเชื้อเพลง คุณสมบัติการหล่อลื่นสมรรถนะของเครื่องยนต์ คุณลักษณะการเผาไหม การปล่อยมลพิษไอเสีย และการทดสอบระยะยาวเพื่อดูการ สึกหรอของเครื่องยนต์เปรียบเทียบกับน้ำมันดีเซลที่ขายในท้องตลาด การทดสอบน้ำมันผสมนี้จะถูกนำไปใช้กับเครื่องยนต์เครื่องยนต์อัตราส่วนการอัดแปรผันและเครื่องยนต์ทางการเกษตร เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้งานในเครื่องยนต์ จากผลการทดสอบเครื่องยนต์อัตราส่วนการอัดแปรผัน ผลการทดสอบพบว่าการเพิ่มอัตราส่วนการอัดส่งผลต่อการลดมลพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ และไฮโดรคาร์บอน แต่จะไปเพิ่มมลพิษออกไซด์ของในโตรเจน สำหรับผลการทดสอบระยะยาวกับเครื่องยนต์ดีเซลสูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศ พบว่าค่าการสึกหรอของน้ำมันดีเซลผสมเอทานอลและน้ำมันละห่งมีค่าสูงกว่าเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล นอกจากนี้พบว่าการเผาไหม้ของน้ำมันดีเซลผสมเอทานอลและน้ำมันละหุ่งจะทำให้เกิดคราบตะกอนสิ่งสกปรกที่ที่ที่ที่ติดอยู่บนชิ้นส่วนเครื่องยนต์ เช่น ฝาสูบ ลูกสูบ วาล์วไอดี วาล์วไอเสีย และหัวฉีด ในปริมาณที่มากกว่าเมื่อเครื่องยนต์ใช้น้ำมันดีเซล