โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ถั่วหรั่ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการปรับปรุงพันธุ์ถั่วหรั่ง ดำเนินการระหว่างปี 2551-2553 ใน 4 กิจกรรมคือ 1) การเปรียบเทียบและคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมจากพันธุกรรมที่ได้รับมา ผลการดำเนินงานจนถึงขั้นการเปรียบเทียบพันธุ์ถั่วหรั่งในแปลงเกษตรกรพบว่าพันธุ์ TVsu 1221 มีแนวโน้มที่เหมาะสมสำหรับการปลูกในดินร่วนถึงร่วนปนทรายโดยสามารถให้ผลผลิตฝักสดได้สูงกว่าพันธุ์สงขลา 1 (54 เปอร์เซ็นต์)และเป็นพันธุ์ที่มีความต้านทานต่อโรคใบไหม้ได้ดีกว่าพันธุ์อื่น ๆ แต่ในสภาพที่เป็นดินทรายจัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำมากพบว่าพันธุ์ TVsu 986 เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตได้ดีที่สุด 2) การศึกษาความใกล้ชิดทางพันธุกรรมของเชื้อพันธุกรรมที่มีอยู่ทั้งหมดของโครงการโดยอาศัยเทคนิค RAPD และ ISSR พบว่าจากตัวอย่างที่มีอยู่และที่ได้รับมาจาก IITA รวมมากกว่า 500 accessions แต่เนื่องจากได้รับอนุมัติโครงการล่าช้าทำให้คงเหลือตัวอย่างเมล็ดที่ยังคงมีความงอกเพียง 376 ตัวอย่าง และสามารถได้ข้อมูลนำเข้าวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมได้เพียง 370 ตัวอย่าง พบว่าข้อมูลแถบ DNA ที่ได้สามารถแยกพันธุกรรมถั่วหรั่งเป็นกลุ่มที่ชัดเจนได้ 5 กลุ่ม ครอบคลุม 323 accessions โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ความเหมือนระหว่าง 0.9 ถึง 1.0 อีก 47 accessions เป็นพวกที่มีค่าสัมประสิทธิ์ความเหมือนอยู่ระหว่าง 0.7 ถึง น้อยกว่า 0.9 โดยพันธุ์ TVsu 134 มีความแตกต่างกับพันธุ์อื่น ๆ มากที่สุดซึ่งข้อมูลที่ได้นี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ทั้งในแง่ของการวางแผนการผสมพันธุ์เพื่อสร้างความแปรปรวนทางพันธุกรรมในการปรับปรุงพันธุ์ และการสร้าง mapping population ในการทำ genetic map ต่อไป 3) การผสมพันธุ์และการสร้าง RIL เพื่อการปรับปรุงพันธุ์และศึกษาพันธุกรรมของถั่วหรั่ง ได้ทำการผสมพันธุ์ในปี 2551 และ 2552 พบว่าการผสมข้ามพันธุ์ในถั่วหรั่งมีอัตราการผสมติดต่ำมาก และลูกผสมรุ่น F1 มักจะอ่อนแอต่อโรคใบไหม้จนไม่สามารถอยู่รอดถึงให้ผลผลิตเมล็ดได้ แม้จะมีการปฏิบัติดูแลรักษาเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม จากการผสมในปี 2551 เมื่อปลูกศึกษาลักษณะต่าง ๆ ในรุ่น F1 และ F2 แล้วพบว่ามีจำนวนต้น F2 ที่อยู่รอดมากที่สุดได้จากคู่ผสม TVsu 138 x TVsu 1321 เพียง 72 ต้นเท่านั้น จึงไม่เหมาะสมสำหรับการสร้างเป็น RIL แต่ต้นที่อยู่รอดเหล่านี้เป็นต้นที่มีลักษณะต้านทานโรคใบไหม้ จึงปลูกคัดเลือกในรุ่น F3 ได้ต้นที่มีลักษณะต้านทานโรคใบไหม้ ฝักดก และมีลักษณะทางการเกษตรดี จำนวน 35 ต้น สำหรับปลูกเป็น F4 Family ในการคัดเลือกต่อไปในอนาคต ส่วนลูกผสมชุดปี 2552 ซึ่งอยู่ในขั้น F2 seed จาก 4 คู่ผสม จำนวน 450 เมล็ดได้รับการเก็บรักษาอยู่ในห้องเก็บที่อุณหภูมิ 18oC เพื่อรอดำเนินการต่อในอนาคตเช่นกัน 4) การศึกษาหาแนวทางในการควบคุมโรคใบไหม้ของถั่วหรั่งโดยการจัดการด้านเขตกรรม ซึ่งจากการศึกษาการจัดการธาตุอาหารต่อความรุนแรงของการเกิดโรคใบไหม้ พบว่าชนิดและความเข้มข้นของธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ไม่มีผลต่อน้ำหนักเส้นใยเชื้อราสาเหตุของโรค เมื่อศึกษาถึงปริมาณปุ๋ยสูตร 13-13-21 ต่อความรุนแรงของการเกิดโรคใบไหม้ พบว่าการได้รับปุ๋ยในอัตราที่สูงขึ้น ทำให้การเกิดโรคใบไหม้รุนแรงขึ้นได้ในสภาพเรือนทดลอง และมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันเมื่อดำเนินการในสภาพแปลงทดลอง ส่วนการศึกษาถึงผลของสารกำจัดศัตรูพืชต่อประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ที่ใช้ในการควบคุมโรคใบไหม้ของถั่วหรั่ง พบว่าสารเคมีป้องกันกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช alachlor, oxadiazon, cypermethrin และ carbaryl ไม่มีผลกระทบในทางลบเมื่อใช้ร่วมกับเชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ควบคุมโรคใบไหม้ Bacillus firmus สายพันธุ์ TRV 9-5-2