โครงการวิจัยทดสอบและพัฒนาเครื่องกำจัดวัชพืชสำหรับสวนลำไย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ได้ทำการนำเทคโนโลยีการกำจัดวัชพืชด้วยจอบหมุนเยื้องข้างในสวนลำไยในเขตพื้นที่ภาคเหนือ โดยทำการทดสอบในแปลงทดสอบที่ จ.ลำปาง โดยเปรียบเทียบกับการใช้เครื่องตัดหญ้า และการใช้สารเคมี จากการทดสอบ พบว่า ค่าใช้จ่ายในการกำจัดวัชพืชด้วยจอบหมุนเยื้องข้างสูงที่สุด ในอัตรา 260.98 บาท ต่อไร่ต่อครั้ง และกำจัดวัชพืช ปีละ 6 ครั้ง มีค่าใช้จ่ายรวม 1,565.90 บาทต่อไร่ต่อปี ส่วนค่าใช้จ่ายในการกำจัดวัชพืชด้วยเครื่องตัดหญ้าแบบติดท้ายรถแทรคเตอร์ มีค่ารองลงมา ในอัตรา 213.45 บาทต่อไร่ต่อครั้ง และกำจัดวัชพืช ปีละ 6 ครั้ง มีค่าใช้จ่ายรวม 1,280.70 บาทต่อไร่ต่อปี และค่าใช้จ่ายในการกำจัดวัชพืชด้วยสารกำจัดวัชพืชไกลโฟเสท ต่ำที่สุด ในอัตรา 205.13 บาทต่อไร่ต่อครั้ง และกำจัดวัชพืช ปีละ 4 ครั้ง มีค่าใช้จ่ายรวม 820.53 บาทต่อไร่ต่อปี ในด้านปริมาณผลผลิต พบว่า ผลผลิตจากการกำจัดวัชพืชด้วยจอบหมุนสูงที่สุด ด้วยปริมาณผลผลิต314.3 กิโลกรัมต่อไร่ การใช้สารกำจัดวัชพืชชนิดไกลโฟเสท มีปริมาณลดลงมา ด้วยปริมาณผลผลิต 284.0 กิโลกรัมต่อไร่ และผลผลิตจากการกำจัดวัชพืชด้วยเครื่องตัดหญ้าแบบติดท้ายรถแทรคเตอร์มีค่าต่ำที่สุด 262.0 กิโลกรัมต่อไร่ ในด้านความสามารถในการทำงาน พบว่า ความสามารถในการทำงานจากการกำจัดวัชพืชด้วยเครื่องตัดหญ้าแบบติดท้ายรถแทรคเตอร์สูงที่สุด ด้วยความสามารถในการทำงาน 4.96 ไร่/ชม. การกำจัดวัชพืชด้วยจอบหมุน มีอัตราลดลงมา ด้วยความสามารถในการทำงาน 2.77 ไร่/ชม. และความสามารถในการทำงานจากการใช้สารกำจัดวัชพืชชนิดไกลโฟเสทมีค่าต่ำที่สุด 0.48 ไร่/ชม. ดังนั้นการการกำจัดวัชพืชด้วยจอบหมุนเยื้องข้างจึงสามารถทดแทนการใช้สารเคมีในสวนลำไยได้