Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2562

วิธีการจัดการวัชพืชแบบผสมผสานเพื่อลดปริมาณการใช้สารไกลโฟเซตและพาราควอตในพืชเศรษฐกิจ ปีที่2

จรรยา มณีโชติ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2562

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

จากการที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ครั้งที่ 3-1/2561 วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 มีมติให้จ ากัดการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร 3 ชนิด ได้แก่ ไกลโฟเซต พาราควอต และ คลอร์ไพริฟอส โดยห้ามใช้ในพืชผักและพืชสมุนไพร แต่ยังอนุญาตให้ใช้ในพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิด ได้แก่ อ้อย ข้าวโพด มันส าปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ ามัน และไม้ผล โครงการวิจัยนี้ คือ มาตรการที่ 3 วิจัยหาวิธีการและสารทดแทน ไกลโฟเซต และพาราควอต ใน อ้อย มันส าปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ ามัน และไม้ผล ในปีที่ 1 เป็นการทดสอบประสิทธิภาพสารก าจัดวัชพืชคู่ผสมใน ปาล์มน้ ามัน ยางพารา อ้อย (อ้อยปลูกใหม่ และ อ้อตอ) และ ไม้ผล (ทุเรียน ล าไย มะม่วง และ ส้ม) ตามกรรมวิธีที่ก าหนด หลังจากสิ้นสุดการทดลอง วิเคราะห์ผลตกค้างของสารก าจัดวัชพืช เก็บตัวอย่างดินในแปลงทดลอง และน้ าจากแหล่งน้ าใกล้เคียงโดยการเก็บตัวอย่างดินและน้ า โดยด าเนินการ 2 ครั้ง ที่ระยะเริ่มต้นและสิ้นสุดการทดลอง ผลการทดลอง ในปาล์มน ามันและยางพารา พบว่า คู่ผสมของสารก าจัดวัชพืช indaziflam + glufosinate ammonium อัตรา 12+105 g ai/ไร่, diuron + glufosinate ammonium อัตรา 480+105 g ai/ไร่ สามารถควบคุมวัชพืชในนาน 2-5 เดือน โดยกรรมวิธีพ่นสาร indaziflam+ glufosinate ammonium และ ไม่พบตกค้างในน้ าและดิน ส่วนสารก าจัดวัชพืช diuron พบตกค้างในดินเล็กน้อย แต่ยังไม่มีการก าหนดค่ามาตรฐานของ diuronอ้างอิงตาม ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2547) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เรื่อง ก าหนดมาตรฐานคุณภาพดิน ดังนั้นจึงคัดเลือกสาร สารก าจัดวัชพืชคู่ผสม indaziflam + glufosinate ammonium อัตรา 12+105 g ai/ไร่ และ diuron + glufosinate ammonium อัตรา 480+105 g ai/ไร่ มาใช้ร่วมกับวิธีผสมผสานเพื่อลดการใช้สารไกลโฟเซตและพาราควอต ในการทดลองปีที่ 2 ส าหรับแปลงทดลองในไม้ผล ได้แก่ มะม่วง ส้ม ทุเรียน และล าไย พบว่า โดยทั่วไปสารก าจัดวัชพืชคู่ผสม indaziflam+ glufosinate ammonium อัตรา 12+105 g ai/ไร่ มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชได้นาน 3 เดือน แต่ในบางแปลงที่พบชนิดวัชพืชข้ามปี เช่น แห้วหมู และต้นอุตพิด ซึ่งมีหัวใต้ดิน ท าให้ประสิทธิภาพของ indaziflam ลดลง ส่วนกรรมวิธีพ่นสารก าจัดวัชพืชคู่ผสม diclosulam + glufosinate ammonium อัตรา 16.8+105 g ai/ไร่ มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชได้นาน 2 เดือน และสามารถควบคุม แห้วหมูได้ดีไม่มีการตกค้างใน ดิน น้ า และผลผลิต จึงคัดเลือกสาร ก าจัดวัชพืชคู่ผสม indaziflam+ glufosinate ammonium อัตรา 12+105 g ai/ไร่ มาใช้ร่วมกับวิธีผสมผสานในการทดลองปีที่ 2 แปลงทดลองในมันส าปะหลัง พบว่า สารก าจัดวัชพืชคู่ผสม s-metalachlor 96%EC+ flumioxazin 50%WP อัตรา 160+10 g ai/ไร่ มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชได้ดีที่สุดโดยสามารถควบคุมวัชพืชในมันส าปะหลังได้นาน 2-3 เดือน ส่วนกรรมวิธีพ่นสารก าจัดวัชพืชคู่ผสม acetochlor50%EC +flumioxazin 50%WP อัตรา 240+10 g ai/ไร่ มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชรองลงมา และให้ผลผลิตสูงกว่ากรรมวิธีอื่น ดังนั้น จึงคัดเลือกสาร ก าจัดวัชพืชคู่ผสม s-metalachlor 96%EC+ flumioxazin 50%WP อัตรา 160+10 g ai/ไร่ และ acetochlor50%EC +flumioxazin 50%WP อัตรา 240+10 g ai/ไร่ ม าใช้ร่ ว ม กั บ วิ ธี ผ ส ม ผ ส า น ใน ก า ร ท ด ล องปี ที่ 2 แป ล งท ดล อ งใน อ้ อ ย พ บ ว่ า ส า ร ก า จั ด วั ชพื ชคู่ ผ ส มindazilflam+sulfentrazone อัตรา 12+150 g ai/ไร่ และ pendimethalin+imazapic อัตรา 300+14.4 g ai/ไร่ มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชได้นาน 3 เดือนและ ไม่พบสาร สารดังกล่าวตกค้าง ตกค้างใน ดิน น้ า และผลผลิตอ้อย ดังนั้น จึงคั ดเ ลือ กส า ร ก า จั ด วั ชพื ชคู่ ผ ส ม indazilflam+sulfentrazone อั ต ร า 12+150 g ai/ไ ร่ แ ล ะ pendimethalin+imazapic อัตรา 300+14.4 g ai/ไร่ มาใช้ร่วมกับวิธีผสมผสานในการทดลองปีที่ 2 การทดลองในปีที่ 2ทน าสารก าจัดวัชพืชคู่ผสมที่ผ่านการคัดเลือกในการทดลองปีที่ 1 มาขยายผล ผลการทดลองพบว่าในไม้ยืนต้น 6 ชนิดคือ ปาล์มน้ ามัน ยางพารา และไม้ผล 4 ชนิด (ส้ม มะม่วง ทุเรียน และล าไย) การใช้สารก าจัดวัชพืช glufosinate ammoniumเป็นสารก าจัดวัชพืชประเภทไม่เลือกท าลาย สามารถใช้แทนพาราควอตได้หลังวัชพืชงอก (post-emergence application) เฉพาะ แต่ไม่สามารถใช้ในอ้อยและมันส าปะหลัง โดยใช้ร่วมกับสารก าจัดวัชพืชประเภทใช้ก่อนวัชพืชงอก (pre-emergence application) เช่น indaziflam, diclosulam และ diuron ซึ่งมีระยะควบคุมวัชพืชที่งอกจากเมล็ดได้นาน 2-5 เดือน ขึ้นกับชนิดสาร เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ไม่พบการตกค้างของสารก าจัดวัชพืชทุกชนิดในผลผลิต (มะม่วง ส้ม ล าไย และ ปาล์มน้ ามัน)ปัญหาของการใช้กลูโฟซิเนตคือ ต้องการระยะปลอดฝน 4-6 ชั่วโมง ซึ่งยุ่งยากในการปฏิบัติในช่วงฝนตกชุก และต้นทุนต่อไร่ของสารที่มีราคาแพงกว่าพราควอต 3-5 เท่า นอกจากนั้น สหภาพยุโรปได้ประกาศยกเลิกการใช้กลูโฟซิเนต ไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 เพราะพบว่ามีผลยับยั้งระบบสืบพันธุ์และการพัฒนาตัวอ่อนทารกในครรภ์ ท าให้เกิดภาวะการแท้งลูก และเป็นพิษต่อระบบประสาทของมนุษย์ (Commission Delegated Regulation-EU 2020/1068 of 15 May 2020) ในอ้อยและมันส าปะหลัง สามารถใช้สารก าจัดวัชพืชประเภทใช้ก่อนวัชพืชงอก (pre-emergence application) 2 ชนิดผสมกัน เพื่อก าจัดวัชพืชที่งอกจากเมล็ดได้หลากหลายมากขึ้น ระยะการควบคุม 2-3 เดือน เพียงพอที่พืชประธานจะเจริญเติบโตคลุมช่องว่างระหว่างแถว ท าให้วัชพืชแข่งขันได้ไม่ดีในสภาพที่มีร่มเงา คู่ผสมของสารก าจัดวัชพืชที่ให้ผลดีในมันส าปะหลัง ได้แก่ acetolchlor + flumioxazin และ s-metolachlor + flumioxazin ส่วนในอ้อย ได้แก indaziflam + sulfentrazone และ pendimethalin + imazpic ซึ่งเมื่อดูค่าผลตกค้างในดินหลังสิ้นสุดการทดลอง พบว่า ในแปลงอ้อย มีการตกค้างของ pemdimethalin ในดินเพียง 0.02 ppm แต่ไม่พบการตกค้างในดินของสารก าจัดวัชพืชชนิดอื่น และไม่พบการตกค้างของสารทุกชนิดในผลผลิตอ้อยและมันส าปะหลัง วิธีจัดการวัชพืชแบบผสมผสาน สามารถลดจ านวนครั้งการใช้ไกลโฟเซต ได้ 33-66 เปอร์เซ็นต์ และ ลดการใช้พาราควอตได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ท าให้เกษตรกรประหยัดต้นทุนก าจัดวัชพืชลงได้ตั้งแต่ 30-72 เปอร์เซ็นต์

คำสำคัญ

glyphosateพาราควอตIntegrated Weed Managementไกลโฟเซตminimized useparauatลดปริมาณการใช้วิธีจัดการวัชพืชแบบผสมผสาน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร: กรณีศึกษาเกษตรใน ต.สันป่าม่วง อ.เมือง จ.พะเยา

อัมพร ยานะ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา พ.ศ. 2560

การพัฒนาแนวทางการลดใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร ตำบลหนองยาว อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

สุนทรี ปลั่งกมล มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ พ.ศ. 2558

การตรวจ ติดตาม และเฝ้าระวังการตกค้างจากสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวในการผลิตข้าว

ดารารัตน์ มณีจันทร์ กรมการข้าว พ.ศ. 2566

การวิเคราะห์พหุหลักเกณฑ์สำหรับมาตรการการควบคุมวัตถุอันตรายทางการเกษตรในผักและผลไม้

ชนิพรรณ บุตรยี่ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2561

รูปแบบการลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในนาข้าวชุมชนหนองขนานจังหวัดเพชรบุรี

สุดารัตน์ ไชยเฉลิม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พ.ศ. 2561

การจัดการศัตรูข้าวอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวชนิดใหม่

สุกัญญา อรัญมิตร กรมการข้าว พ.ศ. 2566

ระบบการผลิตข้าวแบบอาหารปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

พยอม โคเบลลี่ กรมการข้าว พ.ศ. 2565

การพัฒนาศักยภาพการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่ถูกต้องและปลอดภัย ของเกษตรกร ตำบลดอนโอง อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด

เพชรัตน์ ศิริสุวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2561

ความเสี่ยงในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ของเกษตรกร ตำบลวังทอง อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู

ทองพูล แก้วกา พ.ศ. 2557

การใช้สารกำจัดวัชพืชชนิดอื่นและเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อทดแทนการใช้สารกำจัดวัชพืชพาราควอตในไร่อ้อย (ข้ามแล้ง)

สันติไมตรี ก้อนคำดี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563