การแยก linkage drag ระหว่างยีน Bph3 ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและยีน wx ควบคุมปริมาณอะไมโลสเพื่อการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวเหนียวหอมต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลโดยการใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การแยก linkage drag ระหว่างยีน Bph3 ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและยีน Waxy (Wxa) ควบคุมข้าวเจ้าปริมาณอะไมโลสสูง ดำเนินการโดยการผสมระหว่างข้าวเหนียวหอมสายพันธุ์ปรับปรุง RGD11259-1-9-25 (BC1F2) และ ข้าวเจ้าสายพันธุ์ปรับปรุง R4-4-2-134-18-57 (BC4F5) โดยปรับปรุงพันธุ์แบบสืบประวัติ และคัดเลือกลักษณะต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลร่วมกับการใช้เครื่องหมายดีเอ็นเอช่วยในการคัดเลือกในประชากรผสมตัวเองรุ่นที่ F2 ถึง F4 โดยเริ่มจากการแยกยีน Wxa และ Bph3 บนโครโมโซม 6 ออกจากกัน ในประชากร F2 จำนวน 1,140 ต้น ซึ่งได้พัฒนามาจากต้น F1 จำนวน 1 ต้น ประเมินความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในสภาพโรงเรือนในระยะต้นกล้า (อายุข้าว 7 วัน) ด้วยเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลประชากรอุบลราชธานี พบว่า มีต้นข้าว F2 ที่รอดชีวิตจากการถูกเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเข้าทำลายจำนวน 461 ต้น จากนั้นนำมาคัดเลือกโดยใช้เครื่องหมาย RM589, SSR24 และ RM588 ในลักษณะต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และ Wx-Glu23 ในลักษณะข้าวเหนียว ได้ต้นข้าว F2 ที่มีอัลลีลของยีน Bph3 เป็นแบบโฮโมไซกัส และอัลลีลของยีน wx เป็นแบบเฮเทอโรไซกัส (Bph3R4/R4, wxRGD/R4) จำนวน 6 ต้น จากนั้นปล่อยให้ต้นข้าว F2 ดังกล่าวผสมตัวเองเพื่อสร้างประชากร F3 แล้วนำไปประเมินความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยคัดเลือก พบว่า มีต้นข้าว F3 รอดชีวิตจำนวน 2 ต้น ได้แก่ สายพันธุ์ RGD13117-115-52 (Bph3R4/R4, wxRGD/RGD, badh2RGD/RGD) และสายพันธุ์ RGD13117-115-53 (Bph3R4/R4, wxRGD/RGD, badh2RGD/R4) จากนั้นปล่อยให้ผสมตัวเองเพื่อสร้างประชากร F4 และประเมินประสิทธิภาพหารใช้เครื่องหมายดีเอ็นเอช่วยคัดเลือกในลักษณะต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ลักษณะข้าวเหนียว และลักษณะความหอม การประเมินลักษณะต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในระยะต้นกล้า (อายุข้าว 7 วัน) และระยะแตกกอ (อายุข้าว 25 วัน) โดยประชากรเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจำนวน 4 ประชากร ได้แก่ อุบลราชธานี พิษณุโลก กำแพงเพชร และ น่าน พบว่า ข้าวเหนียวหอมสายพันธุ์ปรับปรุงจำนวน 2 สายพันธุ์ มีระดับความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่สูงกว่าข้าวสายพันธุ์ RGD11259-1-9-25 ซึ่งเป็นสายพันธุ์แม่ การประเมินลักษณะข้าวเหนียวและลักษณะความหอมพิจารณาจากลักษณะทางกายภาพของเมล็ดข้าวกล้องและการดมกลิ่น ตามลำดับ พบว่า ข้าวทั้งสองสายพันธุ์มีลักษณะเป็นข้าวเหนียวและมีกลิ่นหอมมากถึงกลิ่นหอมปานกลาง ข้าวเหนียวหอมต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่พัฒนาจากฐานพันธุกรรมข้าวเหนียวสายพันธุ์ปรับปรุง IR57514 สามารถนำไปใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมที่สำคัญในการพัฒนาข้าวนาน้ำฝนให้ต้านทานต่อสภาวะความเครียดหลายลักษณะในพื้นที่ปลูกข้าวอาศัยน้ำฝนได้ต่อไปต่อไป คำสำคัญ: การปรับปรุงพันธุ์ข้าว, ข้าวเหนียว, เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล, การใช้เครื่องหมายดีเอ็นเอช่วยคัดเลือก, ลิงเกจยีน