กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โรคเลปโตสไปโรสิสเป็นโรคการติดเชื้อที่มีสาเหตุมาจากเชื้อเลปโตสไปร่าที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ซึ่งความสามารถในการดำรงชีวิตและการก่อความรุนแรงเชื้อขณะที่อยู่ในธรรมชาติ จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อในมนุษย์และสัตว์ ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงทำการศึกษาผลกระทบของค่า pH ปริมาณธาตุเหล็ก แคลเซียม และแมกนีเซียมในน้ำตัวอย่างจากธรรมชาติ ต่ออัตราการอยู่รอดและการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวของกับความรุนแรงของเชื้อเลปโตสไปร่า P47 ได้แก่ ยีน Heme oxygenase (HemO) และ LipL32 พร้อมทั้งระบุตำแหน่งพิกัดที่เก็บตัวอย่างโดยใช้ GPS และเชื่อมโยงกับผลของศึกษาปัจจัยทางกายภาพของน้ำตัวอย่าง ผลการวิจัยพบว่า ปริมาณธาตุเหล็กที่อยู่ในน้ำตัวอย่างจากธรรมชาติ มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับอัตราการอยู่รอดของเชื้อเลปโตสไปร่า P47 เมื่อเพาะเลี้ยงในน้ำตัวอย่างนาน 10 และ 15 และเชื้อมีอัตราการอยู่รอดสูงในช่วง pH 7.30-7.70 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง pH อื่นๆ ในขณะที่ยีน HemO ของเชื้อเลปโตสไปร่าที่เพาะเลี้ยงในน้ำตัวอย่างที่มีปริมาณธาตุเหล็กต่ำจะมีระดับการแสดงออกสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีระดับต่ำลงในเชื้อที่เพาะเลี้ยงในน้ำตัวอย่างที่มีปริมาณธาตุเหล็กสูง ยิ่งไปกว่านั้นการแสดงออกของยีน HemO ในเชื้อเลปโตสไปร่าจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น เมื่อระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงเชื้อยาวนานขึ้น หรือเมื่อเชื้ออยู่ในภาวะที่ขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นผลมาจาก iron chelator ส่วนการแสดงออกของยีน LipL32 ของเชื้อเลปโตสไปร่าที่เพาะเลี้ยงในน้ำตัวอย่าง จะมีระดับต่ำกว่าในอาหารเลี้ยงเชื้อ EMJH อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยีนนี้มีบทบาทเกี่ยวข้องกับความรุนแรงเชื้อเลปโตสไปร่า และอาจจะส่งผลให้ความสามารถในการก่อโรคของเชื้อลดลงได้ ผลการวิจัยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นความสำคัญของธาตุเหล็กและค่า pH ที่ส่งผลต่อการอยู่รอดและการคงความรุนแรงชองเชื้อเลปโตสไปร่าขณะที่เชื้อปนเปื้อนในธรรมชาติ และอาจส่งผลต่อความเสี่ยงในการติดเชื้อของมนุษย์และสัตว์ ดังนั้นแผนที่การกระจายซึ่งแสดงข้อมูลทางกายภาพที่สำคัญเหล่านี้ น่าจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนป้องกันและเฝ้าระวังโรคเลปโตสไปโรสิสในพื้นที่ศึกษา