กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โรคเลปโตสไปโรสิสเป็นปัญหาสาธารณสุขโดยผู้ป่วยรับเชื้อเลปโตสไปราเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังที่ฉีกขาด การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการต้องอาศัยประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่และขั้นตอนการวิเคราะห์ที่ซับซ้อน คณะผู้วิจัยนำเทคนิค Loop-mediated isothermal amplification method (LAMP) ที่สามารถอ่านผลการเกิดปฏิกิริยาด้วยสีฟลูออเรสเซนซ์มาตรวจหาเชื้อเลปโตสไปรา การพัฒนาวิธีในเบื้องต้นพบค่าน้อยสุดที่พบสารพันธุกรรมเชื้อ 5 เฟมโตกรัมต่อปฏิกิริยา ไม่พบปฏิกิริยาข้ามกับแบคทีเรีย 17 สกุล และเชื้อเลปโตสไปราที่ไม่ก่อโรค โดยชุด rrs LAMP ซึ่งแบ่งเก็บที่ -20?C มีความคงทนอย่างน้อย 6 เดือน และเมื่อทดสอบใส่เชื้อเลปโตสไปรา 108-103 เซลล์/มล. ลงในตัวอย่างเลือดครบส่วน เลือดปั่นแยกพลาสมา พลาสมาและปัสสาวะพบเลปโตสไปราน้อยสุดที่ 75 เซลล์/ปฏิกิริยา ผลประเมินตัวอย่างดีเอ็นเอผู้ป่วย 114 ตัวอย่างพบชุด rrs LAMP มีความไว 87.5% ความจำเพาะ 56.1% และความแม่นยำ 64.91% คณะผู้วิจัยสรุปได้ว่าชุดตรวจ LAMP สามารถนำไปใช้วินิจฉัยโรคเลปโตสไปโรสิสเบื้องต้นในพื้นที่ภาคสนามเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
-
-
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness
-
-