การจำแนกพืชที่ปลูกแบบอินทรีย์ด้วยสเปคโตรสโคปีช่วงแสงที่ตามองเห็นและช่วงความยาวคลื่นสั้นใกล้อินฟาเรด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้นำเสนอการจำแนกพืชที่ปลูกแบบอินทรีย์ด้วยสเปกโทรสโกปีช่วงแสงที่ตามองเห็นและช่วงความยาวคลื่นสั้นใกล้อินฟาเรด โดยทำการทดลองเปรียบเทียบระหว่างการใช้สเปกโทรมิเตอร์กับเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นที่ประกอบด้วยความแหล่งกำเนิดแสงทั้งหมด 18 ความยาวคลื่น ในช่วง 400 – 940 nm และควบคุมการทำงานและบันทึกผลด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ ในการทดลองจำแนกตัวอย่างผักคะน้าที่ไม่ปนเปื้อนและปนเปื้อนสารเคมีสารละลายคาร์บาริลและสารละลายคาร์โบฟูแรนด้วยเครื่องสเปกโทรมิเตอร์ร่วมกับโมเดลโครงข่ายประสาทเทียม ผลการทดลองยืนยันความเป็นไปได้ในการจำแนกตัวอย่างผักที่ไม่ปนเปื้อนสารเคมีโดยใช้สเปกตรัมแสงที่ได้จากสเปกโทรมิเตอร์ และเมื่อทำการทดลองเปรียบเทียบหาปริมาณสารปนเปื้อนด้วยระบบที่พัฒนาขึ้นโดยใช้ตัวอย่างผักคะน้า 5 กลุ่มที่พ่นด้วยสารละลายต่างกัน ได้แก่ น้ำเปล่า สารละลายแบลงค์ สารละลายมาตรฐานคาร์โบฟูแรนความเข้มข้น 1 mg/L ความเข้มข้น 50 mg/L และความเข้มข้น 100 mg/L ตัวอย่างผักคะน้าแต่ละกลุ่มถูกวัดด้วยเครื่องสเปกโทรมิเตอร์ ระบบที่พัฒนาขึ้นและเทคนิค HPLC ซึ่งพบว่าตัวอย่างผักคะน้าที่ตรวจพบสารปนเปื้อนระดับสูงด้วยเทคนิค HPLC จะสามารถจำแนกได้ด้วยเครื่องสเปกโทรมิเตอร์และระบบที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าความเป็นไปได้ในการใช้ระบบที่พัฒนาขึ้นที่ประกอบไปด้วยแหล่งกำเนิดแสงในช่วงแสงที่ตามองเห็นและช่วงความยาวคลื่นสั้นใกล้อินฟาเรดในการจำแนกผักที่ไม่ปนเปื้อนและผักที่ปนเปื้อนสารละลายคาร์โบฟูแรนได้ แม้ระบบที่พัฒนาขึ้นมีต้นทุนต่ำและใช้งานได้ง่ายแต่จำเป็นต้องพัฒนาให้ระบบวัดมีความไวสูงขึ้น คำสำคัญ : สเปกโทรมิเตอร์ ผักคะน้า คาร์บาริล คาร์โบฟูแรน