กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ชุมชนเกาะสมุยมีปริมาณขยะที่สะสมอยู่มากถึง 375,000 ตัน บนเนื้อที่กว่า 32 ไร่ และในแต่ละวันมี การสร้างขยะเพิ่มวันละ 60 - 150 ตัน จากชุมชน ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและร้านอาหาร ขยะทั้งหมดจะถูก เทศบาลเก็บรวยรวมนำมารวมที่จุดพักขยะ ทำการอัดก้อน ห่อด้วยพลาสติกและขนส่งไปฝังกลบที่อำเภอเวียง สระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในจำนวนนั้น เป็นขยะเศษอาหารมากกว่า 30% และเป็นขยะที่เกิดจากลูกมะพร้าว จากนักท่องเที่ยวมากกว่า 4 ตันต่อวัน การกำจัดเศษอาหารด้วยวิธีฝังกลบทำให้เกิดมลพิษทางน้ำและทาง อากาศ รวมถึงก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนจากก๊าซมีเทน โครงการเล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาขยะเศษอาหาร จึงได้ทำการติดตั้งเครื่องแปลงขยะ เศษอาหารเป็นสารปรับปรุงดินแห้งและน้ำหมักชีวภาพ (ฺBio-Digester) และเตาเผาถ่านกะลามะพร้าว คุณภาพสูง ที่วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเกาะสมุย โดยได้ผลิตภัณฑ์ เป็นสารปรับปรุงดินแห้งและน้ำ และถ่านไร้ควันจากกะลามะพร้าว เครื่อง Bio-Digester สามารถจัดการเศษ อาหารได้เฉลี่ยวันละ 500-1,000 กิโลกรัมและเปลี่ยนให้เป็นสารปรับปรุงดินน้ำ 20%-30% และสารปรับปรุง ดินแห้ง 8%-10% ด้วยหลักการย่อยแบบใช้อากาศทำให้ไม่เกิดก๊าซมีเทน เป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือน กระจกลงได้มากกว่า 70% เมื่อเทียบกับการฝังกลบ น้ำหมักชีวภาพที่ได้จากเครื่องมีคุณภาพเป็นไปตาม มาตรฐานน้ำหมักชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรบนเกาะสมุยได้ รวมทั้งสามารถสร้างรายได้ให้วิสาหกิจชุมชน เพื่อนำกลับมาดำเนินการได้อย่างความยั่งยื่นในอนาคต โครงการยังพบว่าการจัดการมะพร้าวอ่อนด้วยวิธีเผาถ่าน เป็นวิธีที่ไม่เหมาะสมเนื่องจากมีความชื้นสูงมาก ทำให้ต้องใช้ระยะเวลานานและเชื้อเพลิงมาก วิธีการที่เหมาะสมกับมะพร้าวอ่อนคือการย่อยและนำไปผสมปุ๋ย หมักในอัตราส่วนไม่เกิน10% ส่วนเตาเผาถ่านสามารถใช้กับกะลามะพร้าวได้ผลดี จากงานวิจัยพบว่าระบบการจัดการขยะเศษอาหารที่เหมาะสมกับบริบทของเกาะสมุยคือ การมีจุดรวม ขยะ (waste hub) กระจายไปตามสถานที่ต่างๆรอบเกาะ เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และธรรมชาติของเศษอาหาร เพื่อสามารถเปลงขยะเศษอาหารให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในภาค การเกษตรได้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness