อุปกรณ์ตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบภาคสนามและวิธีตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบยืนยันผลในห้องปฏิบัติการ สำหรับป้องกันและป้องปรามการใช้ยาในทางที่ผิดของเยาวชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัญหาการใช้ยารักษาโรคในทางที่ผิดของกลุ่มเยาวชน นักเรียนและนักศึกษาในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น ยารักษาโรคที่นำมาใช้ในทางที่ผิดนิยมเสพในรูปของเครื่องดื่มสูตรผสม มักรู้จักกันในชื่อสูตรยาโปรและลีน ค็อกเทล โดยนำยารักษาโรคผสมกับเครื่องดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลังหรือน้ำต้มใบกระท่อม การเสพเครื่องดื่มสูตรผสมอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้ ดังนั้นการตรวจวิเคราะห์ชนิดของยาและความเข้มข้นของยาในเครื่องดื่มต้องสงสัยจึงมีความสำคัญต่อหน่วยงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ คณะทำงานดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายผ่านการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อเรื่อง อุปกรณ์ตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบภาคสนามและวิธีตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบยืนยันผลในห้องปฏิบัติการสำหรับป้องกันและป้องปรามการใช้ยาในทางที่ผิดของเยาวชน เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ทราบถึงการแพร่ระบาดและอันตรายของการใช้ยารักษาโรคในทางที่ผิด เข้าใจหลักการและวิธีการใช้งานอุปกรณ์ตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบภาคสนาม (ชุดทดสอบทรามาดอลและชุดตรวจสอบโปรเมทาซีน) และวิธีตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบยืนยันผลในห้องปฏิบัติการ (ชุดการสกัดด้วยแท่งแม่เหล็กดูดซับ) คณะทำงานดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายจำนวน 8 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมรับการอบรมจำนวน 185 คน ประกอบด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐานจำนวน 159 คน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง (เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ เจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาพชุมชน เจ้าหน้าที่พยาบาลและเจ้าหน้าที่เทศบาล) จำนวน 26 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของหน่วยงานจาก 40 จังหวัดทั่วประเทศ หลังการอบรม คณะทำงานส่งมอบชุดทดสอบทรามาดอล ชุดตรวจสอบโปรเมทาซีนและชุดการสกัดด้วยแท่งแม่เหล็กดูดซับสำหรับยาที่ใช้ในทางที่ผิดให้แก่หน่วยงานศูนย์พิสูจน์หลักฐาน (1–10) รวมทั้งสิ้น 300 ชุด และจัดทำคู่มือองค์ความรู้อุปกรณ์ตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบภาคสนามและวิธีตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบยืนยันผลในห้องปฏิบัติการจำนวน 100 เล่ม และแจกจ่ายไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ผลการประเมินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการจากผู้ทำแบบสอบถามจำนวน 166 คน คิดเป็นร้อยละ 90 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม พบว่านวัตกรรมอุปกรณ์ตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบภาคสนามและวิธีตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบยืนยันผลในห้องปฏิบัติการมีความเหมาะสมต่อการใช้งานจริงทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม (ประเมินความพึงพอใจระดับสูงสุดคิดเป็นร้อยละ 91) และนวัตกรรมมีแนวโน้มที่ดีในการช่วยป้องปรามการใช้ยาในทางที่ผิดของเยาวชน (ประเมินความพึงพอใจระดับสูงสุดถึงร้อยละ 93) ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนสามารถใช้อุปกรณ์ตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบภาคสนามและวิธีตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบยืนยันผลในห้องปฏิบัติการได้อย่างถูกต้อง (ประเมินความพึงพอใจระดับสูงสุดร้อยละ 95) ต้นแบบอุปกรณ์ตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบภาคสนามและวิธีตรวจวัดยาที่ใช้ในทางที่ผิดแบบยืนยันผลในห้องปฏิบัติการจะเป็นเครื่องมือให้กับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจและเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและป้องปรามการใช้ยาในทางที่ผิดของเยาวชนและใช้ในการตรวจพิสูจน์สาเหตุการตายผิดธรรมชาติที่เกิดจากการใช้ยาเกินขนาดได้