กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การพัฒนาเครื่องมือตรวจวัดขนาดอุนภาคสารฝนหลวงภาคพื้นดิน ดำเนินการโดยปรับปรุงเครื่องมือวัดเมฆฟิสิกส์ Super King Air 350 โดยเพิ่มเติมอุปกรณ์ที่จำเป็น และพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการทำงาน เพื่อให้ทำงานควบคู่กับอุโมงค์ลมที่พัฒนาขึ้นได้ การตรวจวัดขนาดอนุภาคใช้วิธีการเป่าสารด้วยชุดอุโมงค์ลมเข้าสู่เครื่องมือวัดแทนที่การบินผ่านอนุภาคสารในอากาศ เพื่อตรวจวัดขนาดอนุภาคด้วย Test section ของเครื่องมือวัดเมฆฟิสิกส์ และติดตั้งเครื่องกำเนิดความเร็วลมและเครื่องวัดความเร็วลมเพิ่มเติมในอุโมงค์ลม ในส่วนของอุโมงค์ลมปลายเปิดได้ออกแบบให้สามารถควบคุมความเร็วลมในการพัดของสารและความเข้มข้นของเนื้อสารโดยการออกแบบและพัฒนาอุโมงค์ลมให้มีลักษณะการพัดของลมเป็นลมแบบเรียบหรือ Laminar Flow สามารถรองรับความเร็วลมได้มากกว่า 20 เมตรต่อวินาที โดยมีทางเข้าสำหรับจัดเรียงกระแสอากาศ หรือ Settling Chamber และส่วนทางออกของกระแสอากาศเพื่อลดความเร็วและความดันของอากาศ (Diffuser) เครื่องมือวัดเมฆฟิสิกส์ภาคพื้นดินที่นำมาใช้ทดสอบตรวจวัดขนาดอนุภาคช่วงต่าง ๆ ประกอบด้วยเครื่องมือ 3 ชนิด ได้แก่ เครื่องตรวจวัดขนาดอนุภาคระหว่าง 2-50 ไมครอน (Forward Scattering Spectrometer Probe; FSSP) เครื่องตรวจวัดขนาดเม็ดน้ำระหว่าง 25–800 ไมครอน (2 Dimension Cloud Droplet Probe; 2D–C) เครื่องตรวจวัดขนาดเม็ดน้ำระหว่าง 200–6,400 ไมครอน (2 Dimension Precipitation Probe, 2D-P) เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือสามารถวัดค่าได้อย่างถูกต้อง จึงได้ทำการสอบเทียบเครื่องมือเหล่านี้ด้วยวิธีการมาตรฐานคือ Spinning test ผลการทดสอบพบความคลาดเคลื่อนของการตรวจวัดอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้ นอกจากนี้ อุโมงค์ลมยังสามารถที่จะติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เพื่อตรวจวัดข้อมูลที่ต้องการได้ในอนาคต เช่น เครื่องวัดแกนกลั่นตัวของเมฆ (CCNc) และ เครื่องวัดอนุภาคขนาดเล็ก (UHSAS และ PCASP) เป็นต้น