การศึกษาพัฒนาระบบพยากรณ์สภาวะอากาศชั้นบน ช่วยในการตัดสินใจในการปฏิบัติการฝนหลวงกรณีศึกษา: ภาคตะวันออกของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการศึกษาพัฒนาระบบพยากรณ์สภาวะอากาศชั้นบน ช่วยในการตัดสินใจในการปฏิบัติการฝนหลวงกรณีศึกษา :ภาคตะวันออกของประเทศไทยนี้ เป็นการศึกษาสภาพอากาศชั้นบนของพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย จากข้อมูลการตรวจสภาพอากาศชั้นบนด้วยวิทยุหยั่งอากาศ ที่ระดับความสูงจากผิวพื้นจนถึงระดับความสูงมากกว่า 10 กิโลเมตร ข้อมูลการตรวจวัดกลุ่มฝนด้วยเรดาร์พร้อมจำแนกคุณสมบัติกลุ่มฝนด้วยโปรแกรม TITAN และข้อมูลปริมาณฝนจากถังวัดน้ำฝนเพื่อทำการสร้างแบบจำลองการพยากรณ์ศักยภาพการทำฝนเมฆอุ่น (Warm Cloud Seeding Potential) โดยใช้ชื่อว่า Eastern Thailand Cumulus Model (ETCM) ซึ่งอ้างอิงและพัฒนามาจากแบบจำลอง GPCM (Great Plain Cumulus Model),NTCM (Northern Thailand Cumulus Model) และ CTCM (Central Thailand Cumulus Model) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ได้มีการศึกษาปรับปรุงและทวนสอบด้วยวิธีทางสถิติต่างๆ ด้วยการคัดเลือกตัวแปรสภาพอากาศที่เหมาะสมสำหรับใช้ในการพยากรณ์ และแบ่งช่วงข้อมูลในการศึกษาออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ข้อมูลฝึกสอน (Training Data) สำหรับกรสร้างแบบจำลองอ้างอิงและข้อมูลทดสอบ (Test Data) ใช้สำหรับทดสอบแบบจำลองอ้างอิง จากการคัดเลือกตัวแปรสภาพอากาศที่เหมาะสมด้วยการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient) กับตัวแปรจากเรดาร์ตรวจอากาศและถังวัดน้ำฝน ได้ตัวแปรสภาพอากาศในช่วงนอกฤดูฝน จำนวน 41 ตัวแปร ในช่วงฤดูฝน 11 ตัวแปร และใช้ตัวแปรการสังเกตจากการตรวจวัดด้วยเรดาร์ตรวจอากาศ และถังวัดน้ำฝนเพื่อใช้ในการประมินการพยากรณ์ แบ่งเป็นช่วงนอกฤดูฝน 2 ตัวแปร และช่วงฤดูฝน 2 ตัวแปร ด้วยการแบ่งระดับการพยากรณ์และการสังเกตเป็น 3 ระดับ คือ ระดับดี (Good), ระดับปานกลาง (Moderate) และ ระดับไม่ดี (Poor) การวัดระดับความสามารถของแบบจำลอง ETCM กับระดับการสังเกต พบว่าในช่วงข้อมูลที่นำมาทดสอบด้วยตัวแปรจากเรดาร์มีค่าความลำเอียง (Bias ในการพยากรณ์น้อยกว่าตัวแปรจากถังวัดน้ำฝน รวมไปถึงสัดส่วนการทำนายที่ถูกต้องต่อการทำนายที่ไม่ถูกต้อง (Odds Ratio) ก็มีค่ามากกว่าด้วย การทดสอบความถูกต้องของการพยากรณ์แบบจำลอง ETCM ด้วยข้อมูลทดสอบ พบว่าในช่วงนอกฤดูฝนแบบจำลอง ETCM มีเปอร์เซ็นต์การพยากรณ์ถูกต้องมากกว่าแบบจำลอง GPCM คือ 50.00% และ 4.55% ตามลำดับ ส่วนในช่วงฤดูฝนแบบจำลอง ETCM มีเปอร์เซ็นต์การพยากรณ์เฉลี่ยถูกต้องมากกว่าแบบจำลอง GPCM คือ 38.24% และ 32.35% ตามลำดับ และการวัดทักษะการพยากรณ์ของแบบจำลอง ETCM และ GPCM ด้วย Skill score พบว่าแบบจำลอง ETCM มีทักษะในการพยากรณ์สูงมากกว่าแบบจำลอง GPCM เมื่อเทียบกับตัวแปรการสังกตจากการตรวจวัดด้วยเรดาร์ แต่มีทักษะในการพยากรณ์ด้อยกว่าแบบจำลอง GPCM เมื่อเทียบกับตัวแปรการสังเกตจากถังวัดน้ำฝน