การออกแบบและสร้างอุปกรณ์ขนาดพกพาสำหรับติดตามคุณภาพบางพารามิเตอร์ที่สำคัญในแหล่งน้ำธรรมชาติ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในงานวิจัยนี้ออกแบบระบบแลบออนชิพแบบใหม่สำหรับวิเคราะห์ไนไตรท์ ฟอสเฟต คอปเปอร์(II) แมงกานีส(II) เหล็ก(II) และ เหล็ก (III) ในน้ำ โดยออกแบบเป็นรูปหกเหลี่ยม โดยออกแบบ 2 ระบบ ระบบแรกเป็นแผ่นชิพ พีเอ็มอ็มเอ 2 แผ่น ที่ยิงร่องหรือสร้างช่องเครือข่ายขนาด 250 ไมครอนลึก 50 ไมครอนโดยใช้ คาร์บอนไดออก ไซด์เลเซอร์ ประกบกันตรงกลางแผ่นเป็นพีดีเอ็มเอส อีกระบบเป็นหกเหลี่ยมเช่นกันแต่ยิงเลเซอร์ที่ด้านหน้าและด้านหลังของแผ่น PMMA ทำให้เป็นชิพหน้าหลัง ประกบด้วยแผ่นพีดีเอ็มเอสสองแผ่นโดยพีเอ็มเอ็มเออยู่ตรงกลาง โดยเลือกระบบที่สองในการนำไปใช้งาน พัฒนาระบบตรวจวัดเป็นตรวจวัดทางแสง โดยใช้ 6 คู่ของหลอดไดโอดเปล่งแสงเป็นแหล่งของแสง โฟโตไดโอดเป็นตัววัดแสง ป้อนสารลายเข้าระบบโดยใช้ปั๊มหลอดฉีดยาที่สร้างขึ้นแบบหลายหัวทั้งหมด 8 หลอด และระบบฉีดสาร 6 พอร์ต 2 ชุดโดยทำการทดสอบพารามิเตอร์ทางเคมีวิเคราะห์บางค่าเพื่อทดสอบความใช้ได้ของระบบ พบว่าเหล็ก(II) ฟอสเฟต และแมงกานีส(II) ซึ่งอยู่ด้านเดียวกันมีค่าความเป็นเส้นตรงในช่วง 0.02-4.0, 0.01-0.3 และ 0.01-4.0 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนอีกด้านหนึ่งวิเคราะห์ไนไตรต์ เหล็ก(III) และคอปเปอร์(II) 0.01-0.10, 0.01-4.0 และ 0.1-1.0 ตามลำดับ ขีดจำกัดต่ำสุด อยู่ระหว่าง 5 -50 ไมโครกรัมต่อลิตร ระบบสามารถนำไปใช้วิเคราะห์สารต่างๆ เหล่านี้ในแหล่งน้ำคลองรังสิตนครนายกจำนวน 20 ตัวอย่าง เปรียบเทียบกับวิธีมาตรฐานพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 นอกจากนี้ยังสร้างระบบตรวจวัดไนเตรต ไนไตรต์ ในแลบออนอะชิพโดยใช้การตรวจวัดด้วยเคมิลูมิเนสเซนส์ สามารถวัดสารทั้งสองชนิดมีขีดจำกัดต่ำสุด 0.039 และ 0.021 ไมโครโมลาร์ สามารถนำไปใช้วัดในแหล่งน้ำและตัวอย่างดิน คำสำคัญ แลบออนอะชิพ ไนไตรท์ ฟอสเฟต คอปเปอร์(II) แมงกานีส(II) เหล็ก(II) เหล็ก(III)