Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

รูปแบบแรงสนับสนุนทางสังคมต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในเขตชายแดนไทย-พม่า: กรณีศึกษาหมู่บ้านเลตองคุ ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก

สุภาภรณ์ สุดหนองบัว มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ หมู่บ้านเลตองคุ ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ตั้งอยู่ใกล้แนวชายแดนไทย-พม่า มีสภาพลักษณะภูมิประเทศอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ประชากรในหมู่บ้านนี้เป็นชาวกระเหรี่ยงที่นับถือฤาษีซึ่งถือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และชาวกระเหรี่ยงเลตองคุส่วนใหญ่มีหลักในการปฏิบัติตนตามศีล 5 ข้อของพุทธศาสนา แต่พวกเขาขาดโอกาสในการรับบริการพื้นฐานและมีคุณภาพชีวิตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานโดยเฉพาะผู้สูงอายุ การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบ Sequential Mixed Methods มีการเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาแรงสนับสนุนทางสังคมของผู้สูงอายุ ในเขตชายแดน ไทย-พม่า 2) เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ในเขตชายแดน ไทย-พม่า 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของแรงสนับสนุนทางสังคมต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ในเขตชายแดน ไทย-พม่า 4) เพื่อศึกษารูปแบบแรงสนับสนุนทางสังคมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ในเขตชายแดน ไทย-พม่า การวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ ระยะที่ 1 การศึกษาเชิงปริมาณ ด้วยวิธีการศึกษาภาคตัดขวาง (Cross-sectional Survey) โดยมีการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบง่ายจำนวน 78 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ระยะที่ 2 การศึกษาเชิงคุณภาพ แบบ Multiple Case Study ด้วยวิธีสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) ผู้ให้ข้อมูลหลักเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มาจากการวิจัยในระยะที่ 1 โดยการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 9 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์เชิงลึกกึ่งมีโครงสร้างและแบบบันทึกการสังเกต ระยะที่ 3 การศึกษาเชิงคุณภาพ ด้วยวิธีการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ผู้ให้ข้อมูลแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มาจากการวิจัยในระยะที่ 1 จำนวน 12 คน กลุ่มผู้ให้ข้อมูลกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ จำนวน 12 คน และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดูแลผู้สูงอายุ (Stakeholders) จำนวน 12 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแนวคำถามในการสนทนากลุ่ม ผลการศึกษา พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นผู้ที่มีความสามารถช่วยเหลือตนเองรวมทั้งช่วยเหลือผู้อื่นและชุมชนได้ โดยจัดเป็นผู้สูงอายุกลุ่มที่ 1 (กลุ่มติดสังคม) การรับรู้แรงสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวอยู่ในระดับปานกลาง การรับรู้แรงสนับสนุนทางสังคมจากแหล่งอื่นๆอยู่ในระดับปานกลาง และการรับรู้แรงสนับสนุนทางสังคมจากเพื่อนอยู่ในระดับน้อย ตามลำดับ คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง จำแนกตามองค์ประกอบออกเป็น 6 ด้านคือ ความสามารถทางด้านการรับรู้ มีระดับคุณภาพชีวิตกลาง ร้อยละ 66.2 ความเป็นตัวของตัวเองมีระดับคุณภาพชีวิตกลาง ร้อยละ 74 ความสำเร็จและความคาดหวังในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตมีระดับคุณภาพชีวิตกลาง ร้อยละ 74 การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมีระดับคุณภาพชีวิตกลาง ร้อยละ 59.2 การเผชิญหน้ากับความตายมีระดับคุณภาพชีวิตดี ร้อยละ 61.8 และการมีปฏิสัมพันธ์กับคู่รักมีระดับคุณภาพชีวิตกลาง ร้อยละ 77.6 และพบว่า ปัจจัยด้านการอาศัยอยู่กับภรรยาหรือสามี อาศัยอยู่กับหลาน มีความสัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ในระดับปานกลาง (r=0.475 p<.01 และ r=0.514 p<.05 ตามลำดับ) ปัจจัยด้านรายได้ต่อเดือนมีความสัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ในระดับน้อย (r=0.310, p<.05) ส่วนผลการวิจัยเชิงคุณภาพคือ รูปแบบแรงสนับสนุนทางสังคมต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุชาวกระเหรี่ยงหมู่บ้านเลตองคุ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนที่สำคัญคือ 1) แรงสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐ และ 2) แรงสนับสนุนจากบุตรหลาน ซึ่งแรงสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐควรเน้นที่การคมนาคม การสาธารณูปโภค การเยี่ยมเยียนจากบุคลากรสาธารณสุข และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่เดินไม่ได้ เช่น รถเข็น เป็นต้น ส่วนแรงสนับสนุนจากบุตรหลานนั้น ควรเสริมสร้างความเอาใจใส่และความใกล้ชิดจากบุตรหลานให้เกิดขึ้นในชุมชน ดังนั้นเพื่อพัฒนาและสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ดีขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว นอกจากนี้ควรมีการดูแลช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุมีอาชีพหรืออาชีพเสริมที่เหมาะสมกับวัย เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้ดียิ่งขึ้น

คำสำคัญ

ผู้สูงอายุElderlyquality of lifeคุณภาพชีวิตsocial supportแรงสนับสนุนทางสังคมBorder Sheltersศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุตำบลจำป่าหวาย อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

ประจวบ แหลมหลัก มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2561

ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนร่วมใจพัฒนา แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

ระวี สัจจโสภณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2562

การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในตำบลคลองอู่ตะเภา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

จำนง พรหมรักษ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2557

การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตามหลักพุทธธรรม: ศึกษาเฉพาะกรณีชุมชนเจดีย์ปล่อง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

พระมหาเดชรชต สิริญาณเมธี (เดชพงค์) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2561

แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุชุมชนบางนาง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี

สุพร หวลกระจาย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2562

การส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

เดชชาติ ตรีทรัพย์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2561

รูปแบบการดูแลผู้สูงอายุบนฐานวัฒนธรรมชุมชนเพื่อพัฒนาสังคม กรณีศึกษาตำบลโคกคอน อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

สุวารีย์ ศรีปูณะ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2561

รูปแบบการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ จังหวัดลำปาง (พฤฒพลังลำปาง)

สุดา เนตรสว่าง มหาวิทยาลัยเนชั่น พ.ศ. 2559

คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

สำราญ วิเศษ มหาวิทยาลัยนครพนม พ.ศ. 2561

การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในตำบลท่าแค จังหวัดลพบุรี

อรพิน ปิยะสกุลเกียรติ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต พ.ศ. 2561