บทบาทชุมชนกับการพัฒนาทุนทางสังคมในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน กรณีศึกษา หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไท บ้านโคกโก่ง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาบทบาทชุมชนกับการพัฒนาทุนทางสังคมในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน กรณีศึกษา หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทบ้านโคกโก่ง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาทุนทางสังคมและรูปแบบในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน 2) เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และผลักดันให้เป็นชุมชนต้นแบบด้านการจัดการทุนทางสังคม ซึ่งคณะผู้วิจัยได้แบ่งขอบเขตการศึกษาออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1) ขอบเขตพื้นที่ทำการศึกษา คือ เขตพื้นที่ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 2) ขอบเขตด้านเนื้อหาในการวิจัยครั้งนี้ได้ทำการกำหนดเนื้อหาออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ 1) คณะผู้วิจัยทำการศึกษารูปแบบและกระบวนการมีส่วนร่วม ของประชาชน 2) คณะผู้วิจัยทำการศึกษาวิธีการและแนวทางทางการพัฒนาทุนทางสังคมและรูปแบบในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อให้ได้มาซึ่งการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ (Best Practice) 3) คณะผู้วิจัยทำการศึกษาการสนับสนุนส่งเสริมให้เป็นชุมชนต้นแบบภายใต้การให้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของชุมชน ได้แก่ ผู้ประชาชน ผู้นำชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลการศึกษาพบว่า การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนต้องเกิดจากกระบวนการภายในของชุมชนเป็นอันดับแรก โดยต้องเริ่มจากตัวบุคคลหรือทรัพยากรบุคลที่มีคุณภาพ เมื่อคนในชุมชนมีคุณภาพ มีความตระหนักในหน้าที่และบทบาทของตนเองก็จะทำให้ชุมชนเข้มแข็งตามไปด้วย ประการที่สอง คือ ผู้นำชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผู้นำที่เป็นทางการหรือผู้นำที่ไม่เป็นทางการก็ถือว่าเป็นผู้ที่เป็นกำลังหลักในการควบคุมทิศทางการบริหารจัดการชุมชน ประการที่สาม หน่วยงานภายในชุมชน ซึ่งได้แก่หน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชนในพื้นที่ที่จะเป็นเสมือนเครื่องมือช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้ชุมชนสามารถขับเคลื่อนให้ไปสู่เป้าหมายของชุมชนได้ คณะผู้วิจัยได้เสนอแนวคิดในการประเมินความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนท้องถิ่น ซึ่งประกอบไปด้วย 2 ประเด็นหลัก คือ 1) ความพร้อมเชิงองค์การของชุมชนท้องถิ่น และ2) ความพร้อมของชุมชน โดยการประเมินความพร้อมเชิงองค์การของชุมชนท้องถิ่น แบ่งเป็น 3 ตัวแปร คือ 1) ภาวะผู้นำและทัศนคติของผู้บริหาร 2) โครงสร้างระบบสนับสนุนขององค์กรชุมชน 3) ศักยภาพทางด้านการเงินของชุมชนท้องถิ่น และการประเมินความพร้อมของชุมชน ออกเป็น 2 ตัวแปรหลัก คือ 1) ทัศนคติและความกระตือรือร้นของภาคประชาชน 2) รูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน คณะผู้วิจัยได้สกัดเอาองค์ความรู้และถอดบทเรียนจากชุมชนมาสร้างเป็นโมเดล “PHUTAI model” เพื่อเป็นรูปแบบในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ซึ่งโมเดลนี้เป็นผลจากการลงพื้นที่วิจัยและถอดบทเรียนชุมชนร่วมกับประชาชนในชุมชนบ้านโคกโก่ง จนเกิดเป็นวงจรการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน 1) People’s Participation (การมีส่วนร่วมของของคนในชุมชน) 2) History (มีประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ร่วมกันของคนในชุมชน) 3) Unity (มีความสามัคคีกลมเกลียวกัน) 4) Transparency (การดำเนินกิจกรรมชุมชนมุ่งเน้นความโปร่งใส) 5) Achievement (ยึดถือความสำเร็จร่วมกันของคนในชุมชน) และ6) Identity (ชุมชนมีการดำรงอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์อย่างเด่นชัด)